Wix คือแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิค ให้สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ง่าย ๆ พร้อมโฮสติ้งในตัวและเทมเพลตดีไซน์สำเร็จรูป โดยสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ฟรี หากคุณยอมรับการใช้โดเมนย่อยแบบ wixsite.com และมีโฆษณาแสดงบนหน้าเว็บ
อย่างไรก็ตาม หากคุณมีร้านค้าออนไลน์อยู่แล้ว หรือวางแผนจะขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอนาคต รวมถึงต้องการเว็บไซต์ที่ปรับแต่งได้มากขึ้น การมองหาเว็บที่ใช้แทน Wix ได้อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
ตัวอย่างหนึ่งคือ Shopify ซึ่งมีเครื่องมืออีคอมเมิร์ซที่ครบกว่า ทั้งการจัดการสต็อกสินค้า ระบบรับชำระเงิน และการจัดการการจัดส่ง อีกทั้งยังสามารถเริ่มต้นทดลองใช้งานได้ฟรี
ดูรายละเอียด Shopify และตัวเลือกอื่น ๆ ได้ในรายชื่อ 9 เว็บที่ใช้แทน Wix ได้ด้านล่าง
ทำไมต้องมองหาเว็บที่ใช้แทน Wix ได้?
เมื่อต้องเลือกแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ Wix อาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะกับทุกคน ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพและความเร็วของเว็บไซต์ ข้อจำกัดด้านการปรับแต่งดีไซน์ และความสามารถด้าน SEO ที่ยังไม่ลึกพอ เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หลายธุรกิจเริ่มมองหาเว็บที่ใช้แทน Wix ได้มากขึ้น
นอกจากนี้ หากคุณกำลังมองหาแพลตฟอร์มสำหรับสร้างร้านค้าออนไลน์ที่ขยายตัวได้ในระยะยาว Wix อาจไม่ตอบโจทย์เท่ากับแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่ออีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ เช่น Shopify ซึ่งมีระบบจัดการสินค้า การชำระเงิน และการจัดส่งที่ครบกว่าและรองรับการเติบโตได้ดีกว่า
ข้อดีและข้อจำกัดของ Wix
ด้วยคะแนนรีวิวบน G2 ที่ 4.2 ⭐Wix ถือเป็นแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์แบบครบวงจรที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เริ่มต้นที่ต้องการสร้างเว็บไซต์และเริ่มขายออนไลน์อย่างรวดเร็ว
นี่คือภาพรวมจุดแข็งและข้อจำกัดของ Wix ที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือก หรือก่อนมองหาเว็บที่ใช้แทน Wix ได้ในปี 2026
ข้อดีของ Wix
- มีเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ด้วย AI และฟีเจอร์ AI ในตัว
- ระบบลาก-วาง ใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่
- เทมเพลตปรับแต่งได้มากกว่า 2,000 แบบ
- เข้าถึง App Market สำหรับติดตั้งแอปและการเชื่อมต่อเพิ่มเติม
- มีแพ็กเกจฟรีให้เริ่มต้นใช้งาน
- บริการซัพพอร์ตทางโทรศัพท์และแชตตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อเสียของ Wix
- เมื่อเผยแพร่เว็บไซต์แล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนเทมเพลตได้โดยไม่ต้องสร้างคอนเทนต์ใหม่
- เครื่องมือ SEO มีข้อจำกัดในแพ็กเกจระดับล่าง
- ฟีเจอร์ขั้นสูงอยู่ในแพ็กเกจราคาสูง
- การย้ายเว็บไซต์ออกจากระบบทำได้ค่อนข้างยาก
- ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์อาจช้ากว่าแพลตฟอร์มอื่นในบางกรณี
- จำกัดจำนวนหน้าแบบ Static ไม่เกิน 100 หน้า (ไม่รวมบทความบล็อก)
เว็บที่ใช้แทน Wix ต้องเลือกยังไง?
ธุรกิจออนไลน์จะโตได้ ต้องอาศัยเว็บไซต์ที่สามารถเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้า และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ทุกตัวในลิสต์นี้ล้วนรองรับเป้าหมายดังกล่าว ดังนั้นเพื่อช่วยให้คุณเลือกเว็บที่ใช้แทน Wix ได้อย่างเหมาะสม เราอยากให้คุณลองพิจารณาปัจจัยสำคัญหลายๆ ด้าน เช่น ความง่ายในการใช้ ความยืดหยุ่นในการออกแบบ ความสามารถด้านอีคอมเมิร์ซ ระบบแอปและการเชื่อมต่อ เครื่องมือ SEO รวมถึงศักยภาพในการขยายตัวของแพลตฟอร์มในระยะยาว
สรุปทันใจ ตารางเทียบลิสต์เว็บที่ใช้แทน Wix ได้ 2026
ด้านล่างนี้คือภาพรวมของทุกแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ที่เปรียบเทียบกับ Wix ตั้งแต่ตัวเลือกที่มีราคาย่อมเยา ไปจนถึงแพลตฟอร์มที่มีฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซทรงพลัง ช่วยให้คุณสามารถระบุได้อย่างรวดเร็วว่าตัวไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณที่สุดในปี 2026
|
แพลตฟอร์ม |
เหมาะกับใคร |
ฟีเจอร์เด่น |
ราคา (บาท/เดือน) |
คะแนน |
|
Shopify |
ธุรกิจทุกขนาด เน้นขายออนไลน์จริงจัง |
AI สร้างร้านค้า, สินค้าไม่จำกัด, เช็กเอาต์ประสิทธิภาพสูง, POS, แอปกว่า 8,000 ตัว, วิเคราะห์ขั้นสูง |
• Starter 180 • Basic 1,044 • Grow 2,844 • Advanced 10,764 |
4.4 |
|
Squarespace |
ธุรกิจเล็กที่เน้นดีไซน์ |
Fluid Engine, เทมเพลตจำนวนมาก, เครื่องมือการตลาด |
• 576–2,124 |
4.5 |
|
WordPress (WooCommerce) |
ผู้ใช้ขั้นสูง ต้องการควบคุมเต็มที่ |
ปลั๊กอิน 60,000+, ธีมจำนวนมาก, ปรับโค้ดได้ |
• CMS ฟรี • Commerce 900 (ไม่รวมค่าโฮสติ้ง) |
4.4 |
|
Weebly |
มือใหม่ที่ต้องการระบบง่าย |
โฮสติ้งฟรี, สินค้าไม่จำกัด, เครื่ีองมือ SEO |
• ฟรี • 360–936 |
4.2 |
|
Hostinger |
ผู้เริ่มต้นที่ต้องการ AI ช่วยสร้างเว็บ |
AI Builder, AI Writer/SEO, ไม่มีค่าธรรมเนียมธุรกรรม |
• 108–504 |
4.4 |
|
GoDaddy |
ต้องการตั้งเว็บเร็ว |
Drag-and-drop, ระบบจองนัดหมาย |
• Basic 396 • Commerce 864 |
4.1 |
|
IONOS |
ประหยัดงบ |
AI Builder, เครื่องมือแปลภาษา, รวมอีเมล |
• 36–612 • eCommerce ปีแรก 36–1,584 |
3.9 |
|
Jimdo |
ธุรกิจเล็กราคาประหยัด |
ฟรีซับโดเมน, ขายผ่านโซเชียล |
• ฟรี • 396–612 • eCommerce 756–1,008 |
3.9 |
|
Webnode |
เว็บหลายภาษา |
รองรับหลายภาษา, ระบบสมาชิก |
• 162–824 • eCommerce 464–1,148 |
4.1 |
เว็บที่ใช้แทน Wix 9 อันดับที่ดีที่สุด
การเลือกแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ ขึ้นอยู่กับงบประมาณ เป้าหมายในการเติบโต และระดับทักษะด้านเทคนิคของคุณ โดยทั้ง 9 แพลตฟอร์มในลิสต์นี้ถือเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเว็บที่ใช้แทน Wix ได้ โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีความต้องการและแผนการเติบโตแตกต่างกันไป
1. Shopify
Shopify
Shopify คือหนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใช้งานง่ายและได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้ที่กำลังมองหาเว็บที่ใช้แทน Wix คุณสามารถใช้เครื่องมือ AI สร้างร้านค้าออนไลน์ได้ภายในไม่กี่นาที โดยไม่ต้องมีทักษะเขียนโค้ดหรือใช้งบประมาณสูง หรือเลือกเริ่มต้นจากธีมสำเร็จรูปที่ออกแบบมาอย่างมืออาชีพ
ร้านค้า Shopify ทุกแห่งรองรับการลงสินค้าได้ไม่จำกัด มีระบบเช็กเอาต์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มอัตราการสั่งซื้อ เครื่องมือจัดการการจัดส่งและการดำเนินการตามออเดอร์ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก แอปมากกว่า 8,000 รายการให้ติดตั้งเพิ่มเติม และทีมซัพพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมง
ด้วยแพ็กเกจที่เข้าถึงได้ ดีไซน์สวยงาม และฟีเจอร์การขายที่ครบถ้วน Shopify จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายและเชื่อถือได้สำหรับการสร้างเว็บไซต์และเริ่มสร้างร้านค้าออนไลน์อย่างมืออาชีพ
เหมาะกับใคร
ต่างจาก Wix ที่เริ่มต้นในฐานะแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ทั่วไปแล้วค่อยเพิ่มฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซภายหลัง Shopify ถูกออกแบบมาเพื่อเจ้าของร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะ จึงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเว็บที่ใช้แทน Wix ได้แบบจริงจัง
Shopify เหมาะกับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่เจ้าของกิจการรายเล็ก ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง ระบบที่ขยายได้ และโครงสร้างที่รองรับการเติบโตในระยะยาว หากคุณกำลังมองหาเว็บที่ใช้แทน Wix ได้ที่เน้นอีคอมเมิร์ซเต็มรูปแบบ Shopify คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด
ฟีเจอร์
- เครื่องมือ AI ใช้ Shopify Magic ช่วยออกแบบร้าน สร้างหน้า Landing Page และหน้าสินค้าได้รวดเร็ว พร้อม Sidekick ผู้ช่วยธุรกิจที่ทำงานได้ตลอดเวลา
- ระบบรับชำระเงินในตัว Shopify Payments รองรับช่องทางชำระเงินหลักทั้งหมด และยังเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการชำระเงินภายนอกได้มากกว่า 100 ราย
- App Store ขนาดใหญ่ เข้าถึงแอปมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อขยายความสามารถของร้านค้า
- เช็กเอาต์ปรับแต่งได้ รองรับการชำระเงินหลากหลายรูปแบบ เช่น Express Checkout, รับสินค้าที่ร้าน, โค้ดส่วนลด และ Shop Pay ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอัตราการสั่งซื้อที่สูง
- Shopify POS เชื่อมต่อการขายหน้าร้านกับออนไลน์ ทำให้บริหารสต็อกและยอดขายได้ในระบบเดียว
- ระบบจัดส่งและ Fulfillment มีเครื่องมือจัดการออเดอร์ สต็อก และการจัดส่งในตัว สามารถสร้างใบปะหน้า คำนวณภาษีนำเข้า ส่งข้อมูลติดตามพัสดุ และจัดการการคืนสินค้าได้
- กู้คืนตะกร้าสินค้าที่ถูกละทิ้ง เพิ่มยอดขายด้วยระบบอัตโนมัติสำหรับติดตามลูกค้าที่ออกจากหน้าเช็กเอาต์โดยยังไม่ชำระเงิน
- ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ติดตามยอดขาย พฤติกรรมลูกค้า และตัวชี้วัดสำคัญด้านอีคอมเมิร์ซผ่านรายงานที่ละเอียด
- ปรับแต่งขั้นสูงและรองรับ API สามารถปรับแต่งหน้าร้านและระบบหลังบ้านได้ตามต้องการ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อผ่าน API โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเอง
- รองรับการขายหลายช่องทาง บริหารสต็อกและประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งบนเว็บไซต์ มือถือ โซเชียลมีเดีย มาร์เก็ตเพลส และหน้าร้านจริง
- ซัพพอร์ต 24 ชั่วโมง บริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านอีเมล ไลฟ์แชต และโทรศัพท์
- คะแนนรีวิวบน G2 ⭐️: 4.4 จาก 5
แผนและราคา
Shopify มีแพ็กเกจหลากหลาย รองรับธุรกิจทุกระดับ
- Starter: ประมาณ 159 บาท
- Basic: ประมาณ 920 บาท
- Grow: ประมาณ 2,505 บาท
- Advanced: ประมาณ 9,481 บาท
เริ่มทดลองใช้งาน Shopify ได้ฟรี โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ใช้งานฟรี 3 วัน และหลังจากนั้น 3 เดือนแรกในราคา 1 ดอลลาร์ต่อเดือน
2. Squarespace
Squarespace เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นดีไซน์เป็นหลัก มาพร้อมเครื่องมือแบบลาก-วาง เทมเพลตให้เลือกหลายร้อยแบบ คลังภาพสต็อก และระบบบล็อกในตัว
เมื่อเทียบกับ Wix แล้ว Squarespace ให้ประสบการณ์การออกแบบที่มีโครงสร้างมากกว่า พร้อมเทมเพลตที่ดูพรีเมียมและปรับแต่งได้ในระดับที่ลึกกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของแบรนด์
อย่างไรก็ตาม ความสามารถด้านอีคอมเมิร์ซของ Squarespace ยังจำกัดเมื่อเทียบกับบางแพลตฟอร์มในกลุ่มเว็บที่ใช้แทน Wix ได้ โดยฟีเจอร์ร้านค้าเต็มรูปแบบจะอยู่ในแพ็กเกจระดับสูงเท่านั้น นอกจากนี้ เครื่องมือการตลาดบางอย่าง เช่น แบนเนอร์โปรโมชันและป๊อปอัป ก็มีเฉพาะในแผนที่ราคาสูงกว่า
เหมาะกับใคร
Squarespace เหมาะกับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการเว็บไซต์มืออาชีพ เช่น เว็บไซต์พอร์ตโฟลิโอช่างภาพ หรือเว็บไซต์แบรนด์ที่เน้นภาพลักษณ์ โดยไม่ต้องลงทุนสูงในงานออกแบบกราฟิกหรือพัฒนาเว็บไซต์เอง
ฟีเจอร์
- บริการซัพพอร์ตผ่านอีเมลตลอด 24 ชั่วโมง
- ฟรีโดเมนปีแรกเมื่อสมัครแผนรายปี (สำหรับโดเมนที่ร่วมรายการ)
- เครื่องมือแก้ไขแบบลาก-วาง
- เครื่องมือทำการตลาดผ่านอีเมล
- ระบบบล็อกที่ครบและใช้งานง่าย
- สร้างเว็บไซต์แบบเฉพาะบุคคลด้วย Squarespace Blueprint AI
- คะแนนรีวิวบน G2 ⭐️: 4.5 จาก 5
แผนและราคา
แพ็กเกจของ Squarespace เริ่มต้นที่ Basic ประมาณ 507 บาทต่อเดือน (ชำระรายปี) โดยมีค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต 2.9% + ประมาณ 9.50 บาทต่อรายการ ค่าธรรมเนียมธุรกรรมร้านค้าออนไลน์ 2% และค่าธรรมเนียมคอนเทนต์ดิจิทัลหรือสมาชิก 7% ส่วนแพ็กเกจระดับสูงสุดอย่าง Advanced ประมาณ 3,139 บาทต่อเดือน (ชำระรายปี) ให้เรตค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตต่ำลงเหลือ 2.5% + ประมาณ 9.50 บาทต่อรายการ และไม่มีค่าธรรมเนียมธุรกรรมจากยอดขาย
3. WordPress
WordPress เป็นระบบจัดการเนื้อหา (CMS) แบบใช้ฟรี ที่ให้ความยืดหยุ่นในการปรับแต่งลึกกว่าแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ทั่วไป อย่างไรก็ตาม มีเส้นโค้งการเรียนรู้ค่อนข้างสูง และไม่ได้รวมโฮสติ้งมาให้ในตัว
ผู้ที่มีทักษะด้านโค้ดจะใช้งานได้สะดวกกว่า เพราะ WordPress เปิดให้เข้าถึงโค้ดเว็บไซต์ทั้งหมด แตกต่างจากระบบปิดของ Wix โดยผู้ใช้สามารถติดตั้งปลั๊กอินเฉพาะทางได้หลายพันรายการ และเป็นเจ้าของเนื้อหาของตนเองอย่างเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม WordPress ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่ออีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ แม้ว่าจะสามารถเพิ่มความสามารถด้านร้านค้าออนไลน์ผ่านปลั๊กอินอย่าง WooCommerce ได้ แต่การติดตั้งและอัปเดตปลั๊กอินหลายตัวพร้อมกัน อาจทำให้เกิดปัญหาในระดับทั้งเว็บไซต์ได้ หากไม่มีนักพัฒนา WordPress ดูแล คุณอาจต้องมีมืออาชีพคอยช่วยเมื่อเกิดปัญหา
WordPress.org เทียบกับ WordPress.com
WordPress.org เป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สแบบโฮสต์เอง ใช้งานฟรีทั้งหมด แต่ผู้ใช้ต้องจัดการเรื่องโฮสติ้งเอง เหมาะกับผู้ที่ต้องการอิสระสูงสุดและควบคุมทุกอย่างได้เอง ส่วน WordPress.com ขับเคลื่อนด้วยเอนจินเดียวกัน แต่รวมโฮสติ้งแบบจัดการให้ โดยแผน Commerce มีราคา 70 ดอลลาร์ต่อเดือน ใช้งานง่ายกว่า แต่มีข้อจำกัดมากกว่า WordPress.org
เหมาะกับใคร
WordPress เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง ซึ่งไม่สามารถหาได้จาก App Market ของ Wix หรือกำลังมองหาเว็บที่ใช้แทน Wix ได้ที่เปิดให้ปรับแต่งได้แบบเต็มรูปแบบ
ฟีเจอร์
- ปลั๊กอินมากกว่า 60,000 รายการ และธีมกว่า 30,000 แบบ
- ซอฟต์แวร์ฟรีและโอเพนซอร์ส
- รองรับอีคอมเมิร์ซผ่านปลั๊กอิน WooCommerce
- ปรับแต่งได้ลึกผ่านปลั๊กอินและการแก้ไขโค้ด
- มีชุมชนนักพัฒนาขนาดใหญ่ช่วยพัฒนาและอัปเดตระบบ
- ควบคุมเนื้อหาได้เต็มที่
- รองรับการขยายเว็บไซต์ได้ทุกขนาด
- คะแนนรีวิวบน G2 ⭐️: 4.4 จาก 5
แผนและราคา
WordPress.org ใช้งานฟรี แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับโฮสติ้ง โดเมน และปลั๊กอิน ส่วน WordPress.com แผน Commerce มีราคาประมาณ 2,220 บาทต่อเดือน
4. Weebly
Weebly ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ Square เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ พร้อมเครื่องมือสร้างเว็บแบบลาก-วาง และโฮสติ้งที่รวมมาให้ฟรีในตัว
แม้ใช้งานง่าย แต่ผู้ใช้บางรายมองว่าเทมเพลตของ Weebly ค่อนข้างล้าสมัย และมีข้อจำกัดด้านการปรับแต่งดีไซน์เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นในกลุ่มเว็บที่ใช้แทน Wix ได้ นอกจากนี้ ฟีเจอร์ด้านการตลาดยังครอบคลุมเพียงพื้นฐาน และไม่มีเครื่องมือขั้นสูงเท่าทางเลือกอื่น ๆ
เหมาะกับใคร
เมื่อเทียบกับ Wix แล้ว Weebly เหมาะกับผู้ที่ต้องการประสบการณ์แก้ไขเว็บไซต์ที่เรียบง่ายกว่า แม้จะมีตัวเลือกน้อยกว่า หากคุณรู้สึกว่าอินเทอร์เฟซของ Wix ซับซ้อนเกินไป คุณอาจชอบตัวแก้ไขของ Weebly ที่ตรงไปตรงมาและใช้งานง่าย
ฟีเจอร์
- ลงสินค้าได้ไม่จำกัด
- ระบบจัดการสต็อก
- คำนวณภาษีอัตโนมัติ
- เครื่องมือ SEO พื้นฐาน
- ซัพพอร์ตผ่านแชตและอีเมลทุกแผน และมีโทรศัพท์ในแพ็กเกจระดับสูง
- อินเทอร์เฟซแบบลาก-วางที่เป็นมิตรกับผู้ใช้
- สามารถขายสินค้าได้แม้ในแผนฟรี
- คะแนนรีวิวบน G2 ⭐️: 4.2 จาก 5
แผนและราคา
มีแผนฟรีให้ใช้งาน แผนแบบชำระเงินเริ่มต้นที่ประมาณ 317 บาทต่อเดือน และสูงสุดประมาณ 824 บาทต่อเดือน (เมื่อชำระรายปี)
5. Hostinger
ตัวสร้างเว็บไซต์ของ Hostinger ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยให้ผู้ใช้ที่มีทักษะด้านเทคนิคจำกัดสามารถสร้างเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น แพลตฟอร์มมีเครื่องมือ AI ครอบคลุมทั้งการเขียนคอนเทนต์ แก้ไขภาพ วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้แบบ Heatmap สร้างหัวข้อบทความ และแม้แต่สร้างหน้าเงื่อนไขการใช้งาน ข้อจำกัดหนึ่งคือ ไม่มีบริการซัพพอร์ตทางโทรศัพท์
เหมาะกับใคร
Hostinger เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์ AI ขั้นสูง เช่น การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (AI predictive analytics) และเครื่องมือช่วยสร้างเว็บไซต์อัตโนมัติในงบประมาณที่ค่อนข้างประหยัด
ฟีเจอร์
- ซัพพอร์ตลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทีม Customer Success
- เชื่อมต่อ Google Analytics และเครื่องมือการตลาดอื่น ๆ
- เครื่องมือ AI หลายรายการ เช่น AI Website Builder, AI Writer, AI Image Generator, AI SEO Assistant
- ไม่มีค่าคอมมิชชันจากยอดขายโดยตรง (มีเพียงค่าธรรมเนียมจากเกตเวย์ชำระเงินตามปกติ)
- คะแนนรีวิวบน G2 ⭐️: 4.4 จาก 5
แผนและราคา
แพ็กเกจเริ่มต้นที่ประมาณ 95 บาทต่อเดือน (สัญญา 48 เดือน) แพ็กเกจระดับสูงสุดแบบรายเดือนอยู่ที่ประมาณ 444 บาทต่อเดือน
6. GoDaddy
GoDaddy เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ให้บริการโฮสติ้งรายใหญ่ แต่ในช่วงหลังได้ขยายสู่ตลาด Website Builder ด้วยเครื่องมือสร้างเว็บแบบลาก-วางที่ใช้งานง่าย มีเทมเพลตให้เลือกมากกว่า 100 แบบ และมีแผนฟรีที่ค่อนข้างยืดหยุ่นสำหรับผู้เริ่มต้น
ฟีเจอร์ด้านอีคอมเมิร์ซแบบเต็มรูปแบบจะอยู่ในแพ็กเกจ Commerce ซึ่งรองรับการลงสินค้าไม่จำกัด และสามารถขายผ่านมาร์เก็ตเพลสและโซเชียลมีเดียได้สูงสุด 1,000 รายการต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นในกลุ่มเว็บที่ใช้แทน Wix ได้ GoDaddy มีข้อจำกัดด้านการปรับแต่งดีไซน์ เว็บไซต์ที่สร้างอาจมีหน้าตาคล้ายกัน และไม่มี marketplace สำหรับแอปเสริมเพิ่มเติม
เหมาะกับใคร
GoDaddy เหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ให้เสร็จเร็วที่สุด โดยไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน หรือปรับแต่งเชิงลึก เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความเรียบง่ายมากกว่าความยืดหยุ่นขั้นสูง
ฟีเจอร์
- ซัพพอร์ตลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง
- ระบบนัดหมายออนไลน์
- แดชบอร์ดวิเคราะห์เว็บไซต์และการตลาด
- กระบวนการสร้างเว็บที่รวดเร็ว
- เทมเพลตให้เลือกหลายร้อยแบบ
- ฟรีอีเมล 1 ปี สำหรับบางแพ็กเกจ
- คะแนนรีวิวบน G2 ⭐️: 4.1 จาก 5
แผนและราคา
GoDaddy มีทดลองใช้งานฟรี 7 วัน โดยแพ็กเกจ Basic ปีแรกอยู่ที่ ประมาณ 349 บาทต่อเดือน (ชำระรายปี)
ต่ออายุปีถัดไปอยู่ที่ประมาณ 6,467 บาทต่อปี ส่วนแพ็กเกจ Commerce ปีแรกอยู่ที่ประมาณ 760 บาทต่อเดือน (ชำระรายปี) และ ต่ออายุปีถัดไปประมาณ 13,314 บาทต่อปี
7. IONOS
IONOS เป็นผู้ให้บริการโฮสติ้งที่ขยายมาสู่แพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ โดยมีตัวแก้ไขแบบลาก-วาง ระบบสำรองข้อมูลรายวัน (ย้อนดูได้สูงสุด 6 วัน) และบริการซัพพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมง
เครื่องมือ AI Website Builder รุ่นใหม่สามารถสร้างเว็บไซต์ตามข้อมูลธุรกิจพื้นฐานที่ผู้ใช้กรอกเข้าไป อีกทั้งยังมีฟีเจอร์แปลภาษาในตัว ทำให้สร้างเว็บไซต์หลายภาษาได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางรายมองว่าอินเทอร์เฟซของ IONOS ไม่เป็นมิตรเท่า Wix และแพ็กเกจราคาประหยัดมีข้อจำกัดด้านพื้นที่เก็บข้อมูลและจำนวนหน้าเว็บ การปรับแต่งดีไซน์ก็ยังมีตัวเลือกไม่มากนัก
เหมาะกับใคร
เมื่อเทียบกับ Wix แล้ว IONOS เหมาะกับผู้ที่ต้องการตั้งเว็บไซต์มืออาชีพในราคาประหยัด และไม่ต้องการตัวเลือกที่ซับซ้อนเกินไป
ฟีเจอร์
- ซัพพอร์ตลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง
- ระบบแปลเว็บไซต์หลายภาษาในตัว
- บริการอีเมลรวมในหลายแพ็กเกจ
- AI Website Builder
- ราคาเปิดตัวค่อนข้างแข่งขันได้
- เทมเพลตสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจองค์กร
- AI Text Generator
- คะแนนรีวิวบน G2 ⭐️: 3.9 จาก 5
แผนและราคา
แพ็กเกจเริ่มต้นที่ประมาณ 32 บาทต่อเดือน แพ็กเกจสูงสุดประมาณ 539 บาทต่อเดือน (ชำระรายปี) แพ็กเกจอีคอมเมิร์ซปีแรกอยู่ในช่วงประมาณ 32–1,395 บาทต่อเดือน
8. Jimdo
Jimdo เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในกลุ่มเว็บที่ใช้แทน Wix ได้ โดยเน้นความเรียบง่ายและราคาประหยัด ออกแบบมาสำหรับบุคคลทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการสร้างเว็บไซต์โดยไม่ซับซ้อน ซึ่งแพลตฟอร์มมีแผนฟรีพร้อมซับโดเมน jimdosite.com และแผนแบบชำระเงินที่รองรับโดเมนส่วนตัว ระบบรับชำระเงิน และการตั้งโค้ดส่วนลด สำหรับแพ็กเกจร้านค้าออนไลน์ยังสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือขายสินค้าบนแพลตฟอร์มของ Meta เช่น Facebook ได้
อย่างไรก็ตาม หลายแพ็กเกจมีข้อจำกัดด้านพื้นที่เก็บข้อมูล แบนด์วิดท์ และจำนวนหน้าเว็บไซต์ ทำให้ Jimdo เหมาะกับเว็บไซต์ขนาดเล็กหรือโปรเจกต์ที่ไม่ต้องการความซับซ้อนมากนัก
เหมาะกับใคร
Jimdo เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเปิดเว็บไซต์ขนาดเล็กแบบไม่ยุ่งยาก เช่น พอร์ตโฟลิโอ ประวัติส่วนตัว (CV) หรือร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก และด้วยราคาที่ต่ำกว่า Wix และการใช้งานที่แทบไม่มีเส้นโค้งการเรียนรู้ Jimdo จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างตัวตนออนไลน์แบบเบา ๆ โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือขั้นสูง
ฟีเจอร์
- แพ็กเกจระดับสูงมีบริการซัพพอร์ตที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น
- เครื่องมือ SEO ในตัว
- แผนแบบชำระเงินรวมโดเมนส่วนตัวฟรี
- ตัวแก้ไขเว็บไซต์ใช้งานง่ายแบบโมดูล/บล็อก
- ไม่มีค่าธรรมเนียมธุรกรรมเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์ม (ยังคงมีค่าธรรมเนียมจากเกตเวย์ชำระเงินตามปกติ)
- เปลี่ยนเทมเพลตได้ง่าย โดยคอนเทนต์ยังคงอยู่
- คะแนนรีวิวบน G2 ⭐️: 3.9 จาก 5
แผนและราคา
มีแผนฟรีสำหรับเว็บไซต์ทั่วไป แผนแบบชำระเงินอยู่ในช่วงประมาณ 349–539 บาทต่อเดือน (ชำระรายปี) แพ็กเกจร้านค้าออนไลน์อยู่ที่ประมาณ 666 หรือ 888 บาทต่อเดือน (ชำระรายปี)
9. Webnode
Webnode เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในกลุ่มเว็บที่ใช้แทน Wix ได้ โดยมีแพ็กเกจอีคอมเมิร์ซให้เลือก 3 ระดับ แต่ละแพ็กเกจรองรับการเชื่อมต่อกับ Google Analytics มีบัญชีอีเมลในตัว และบริการซัพพอร์ตระดับพรีเมียม โดยเครื่องมือออกแบบใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านดีไซน์สามารถสร้างเว็บไซต์ที่ดูมืออาชีพได้ พร้อมองค์ประกอบขั้นสูง เช่น วิดีโอพื้นหลัง และเอฟเฟกต์พารัลแลกซ์
อย่างไรก็ตาม ทุกแพ็กเกจของ Webnode มีข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูล จึงเหมาะกับธุรกิจที่ไม่ได้ต้องการจัดการข้อมูลจำนวนมาก แต่ต้องการดีไซน์ที่ดูดีและเครื่องมือครบในระดับหนึ่ง ฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซขั้นสูงมีให้ใช้งาน แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในแพ็กเกจระดับสูง ทำให้ธุรกิจที่มีความต้องการซับซ้อนอาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่น
เหมาะกับใคร
Webnode เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการเว็บไซต์ดีไซน์สวย รองรับหลายภาษา และมีระบบอีเมลในตัว โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือเสริมจำนวนมาก
ฟีเจอร์
- เทมเพลตกว่า 100 แบบ รองรับการแสดงผลบนมือถือ
- คลังภาพสต็อกในระบบ
- ระบบสมาชิก (Membership registration)
- รองรับหลายภาษา
- ฟีเจอร์สำรองและกู้คืนข้อมูล
- คะแนนรีวิวบน G2 ⭐️: 4.1 จาก 5
แผนและราคา
แพ็กเกจ Limited เริ่มต้นที่ประมาณ 143 บาทต่อเดือน (ชำระรายปีและใช้โดเมนของตนเอง) แพ็กเกจ Profi อยู่ที่ประมาณ 726 บาทต่อเดือน (ชำระรายปี) แพ็กเกจอีคอมเมิร์ซอยู่ในช่วงประมาณ 409–1,012 บาทต่อเดือน (ชำระรายปี)
เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มอื่นแทน Wix
เมื่อธุรกิจของคุณเติบโตขึ้น อาจถึงจุดที่ Wix ไม่สามารถรองรับความต้องการในระยะถัดไปได้อย่างเต็มที่ ต่อไปนี้คือสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าอาจถึงเวลามองหาเว็บที่ใช้แทน Wix ได้ที่ตอบโจทย์มากกว่าเดิม
ต้องใช้ฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซขั้นสูง
แม้ Wix จะมีเครื่องมือจัดการสต็อกพื้นฐาน แต่ระบบ POS ใช้งานได้จำกัดเฉพาะบางประเทศ และตัวเลือกสกุลเงินสำหรับการชำระเงินจริงยังมีข้อจำกัด แม้ลูกค้าจะเห็นราคาในหลายสกุลเงินได้ แต่การประมวลผลธุรกรรมมักผูกกับสกุลเงินหลักของร้านเพียงสกุลเดียว
นอกจากนี้ จำนวนปลั๊กอินและการเชื่อมต่อกับเครื่องมือภายนอกยังน้อยกว่าแพลตฟอร์มบางรายที่เป็นเว็บที่ใช้แทน Wix ได้ในระดับที่รองรับการขยายธุรกิจจริงจัง
ต้องการยกระดับการออกแบบ
แม้ Wix จะใช้งานง่ายและเหมาะกับผู้เริ่มต้น แต่พารามิเตอร์การออกแบบบางส่วนยังมีข้อจำกัด หากต้องการดีไซน์ที่แตกต่างหรือสะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์อย่างชัดเจน คุณอาจต้องมีทักษะกราฟิกเพิ่มเติม ซึ่งแพลตฟอร์มบางรายของลิสต์เว็บที่ใช้แทน Wix ได้ มีระบบธีมและเครื่องมือปรับแต่งที่ช่วยให้สร้างเว็บไซต์แบบมืออาชีพได้รวดเร็ว แม้ไม่มีพื้นฐานด้านดีไซน์มาก่อน
โฟกัสอีคอมเมิร์ซเต็มตัว
Wix เป็นแพลตฟอร์มที่หลากหลายและอาจคุ้มค่าสำหรับเว็บไซต์ทั่วไป แต่หากการขายออนไลน์คือหัวใจหลักของธุรกิจ การใช้แพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่ออีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ เช่น Shopify จะช่วยให้คุณขยายธุรกิจได้มั่นคงกว่าในระยะยาว
เมื่ออีคอมเมิร์ซไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริม แต่เป็นแกนกลางธุรกิจ โครงสร้างระบบที่รองรับการเติบโตจะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาด
วิธีย้ายเว็บจาก Wix
การย้ายแพลตฟอร์มจาก Wix ไปยังผู้ให้บริการรายอื่น (Replatforming) จะมีขั้นตอนแตกต่างกันไปตามแพลตฟอร์มปลายทางที่คุณเลือก
แม้จะไม่สามารถย้ายข้อมูลจาก Wix ไปยังแพลตฟอร์มอื่นแบบอัตโนมัติ 100% ได้โดยตรง แต่สามารถดำเนินการได้ด้วยวิธีแมนนวลหรือใช้เครื่องมือช่วยนำเข้าข้อมูล
ด้านล่างคือขั้นตอนการย้ายร้านค้าออนไลน์จาก Wix ไปยัง Shopify แบบละเอียด
- เลือกวิธีย้ายข้อมูล นำเข้าผ่านไฟล์ CSV ใช้แอป Store Migration ของ Shopify หรือคัดลอกข้อมูลด้วยตนเอง
- สมัครใช้งาน Shopify เริ่มทดลองใช้งานฟรี จากนั้นใช้โปรโมชันเริ่มต้นตามเงื่อนไขปัจจุบัน
- ส่งออกข้อมูลสินค้า (ผ่าน Store Migration app) หากใช้แอป ให้ระบุว่าเคยขายผ่าน Wix ติดตั้งแอป ส่งออกสินค้าเป็นไฟล์ CSV และเลือกนำเข้า
- ส่งออกข้อมูลสินค้าแบบ CSV จาก Wix ไปที่ Catalog > Store products > Products คลิก More actions > Export ตั้งชื่อไฟล์เป็น WixProductDownload.csv แล้วบันทึก
- ปรับแก้ไฟล์ CSV ให้ตรงกับโครงสร้างข้อมูลของ Shopify เช่น ชื่อสินค้า ราคา SKU ตัวเลือกสินค้า และประเภทข้อมูลต่าง ๆ
- นำเข้าข้อมูลสินค้าเข้าสู่ Shopify ไปที่ Shopify admin > Products > Import อัปโหลดไฟล์ CSV ยกเลิกการเลือก “Publish new products to all sales channels” แล้วคลิก Upload and preview
- ตรวจสอบข้อผิดพลาด ตรวจเช็กราคา รูปภาพ สต็อก และรายละเอียดสินค้าให้ถูกต้องก่อนเปิดขาย
- ตั้งค่าร้านค้าให้ครบ เลือกธีม ตั้งค่าการจัดส่ง ภาษี ระบบชำระเงิน ทดสอบคำสั่งซื้อ ตั้งค่าโดเมน และเปลี่ยนจาก http เป็น https
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเว็บที่ใช้แทน Wix ได้
มีแพลตฟอร์มที่ดีกว่า Wix หรือไม่
ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ โดยเฉพาะหากโฟกัสด้านอีคอมเมิร์ซ ตัวเลือกที่ได้รับความนิยม ได้แก่
- Shopify
- Squarespace
- Weebly
- WordPress
ทำไมถึงควรลองเว็บที่ใช้แทน Wix ได้
เจ้าของธุรกิจจำนวนมากเปลี่ยนจาก Wix เพราะต้องการฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซที่ลึกกว่า โดยเมื่อธุรกิจเติบโต ความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์มจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญ
การใช้ Shopify แทน Wix เป็นทางเลือกที่ดีหรือไม่
เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจาก Shopify ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ เหมาะกับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ร้านขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรที่ต้องการระบบรองรับการขยายตัวในระยะยาว
สามารถย้ายเว็บไซต์จาก Wix ไปยังแพลตฟอร์มอื่นได้หรือไม่
ได้ คุณสามารถย้ายเว็บไซต์จาก Wix ไปยังแพลตฟอร์มอื่นได้ โดยทั่วไปขั้นตอนจะประกอบด้วย
- ส่งออกข้อมูลจาก Wix
- สร้างบัญชีในแพลตฟอร์มใหม่
- นำเข้าสินค้า ลูกค้า และคอนเทนต์
- ย้ายโดเมนหรือทำการชี้โดเมนใหม่
ควรเลิกใช้ Wix หรือไม่?
หากธุรกิจของคุณเติบโตจนต้องการระบบที่รองรับการขายออนไลน์จริงจัง อาจถึงเวลาพิจารณาเปลี่ยนแพลตฟอร์ม เพราะ Wix เหมาะกับเว็บไซต์ทั่วไปหรือร้านค้าขนาดเล็ก แต่มีข้อจำกัดบางประการ เช่น ระบบ POS รองรับเฉพาะบางประเทศ ตัวเลือกหลายสกุลเงินและฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซขั้นสูงมีข้อจำกัด
นักออกแบบมืออาชีพส่วนใหญ่เลือกใช้ Wix หรือไม่
Wix ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น ด้วยระบบลาก-วางและเครื่องมือ AI ในตัว อย่างไรก็ตาม ตัวเลือกการปรับแต่งเชิงลึกมีจำกัดเมื่อเทียบกับบางแพลตฟอร์ม การสร้างดีไซน์ที่ปรับแต่งเฉพาะทางระดับสูงอาจต้องใช้ความพยายามหรือทักษะเพิ่มเติม
ข้อเสียของ Wix มีอะไรบ้าง
แม้ Wix จะได้รับคะแนนรีวิวบน G2 ที่ 4.2 และเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น เปลี่ยนเทมเพลตไม่ได้หลังเว็บไซต์เผยแพร่แล้ว (ต้องสร้างใหม่) เครื่องมือ SEO จำกัดในแพ็กเกจระดับล่าง, ฟีเจอร์ขั้นสูงอยู่ในแพ็กเกจที่ราคาสูงกว่า, การย้ายออกจากแพลตฟอร์มทำได้ค่อนข้างยาก, ประสิทธิภาพเว็บไซต์อาจช้ากว่าแพลตฟอร์มบางราย, จำกัดหน้าแบบ Static ที่ 100 หน้า (ไม่รวมบล็อก), ระบบ POS รองรับเฉพาะบางประเทศ และจำกัดการชำระเงินหลายสกุล


