หน้าโฮมเพจที่ดีต้องรองรับผู้เข้าชมหลายกลุ่มพร้อมกัน แต่ Landing Page แตกต่างออกไป เพราะออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายเฉพาะทำ Action เพียงอย่างเดียว การออกแบบหน้าแลนดิ้งให้ได้ผลจึงต้องอาศัยทั้งกลยุทธ์และการวางองค์ประกอบอย่างเหมาะสม
“บางแบรนด์พยายามใช้แลนดิ้งเพจเพื่อโชว์ทุกอย่างที่มี ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่วิธีใช้หน้าแบบนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” Jaz Fenton ผู้ร่วมก่อตั้ง Otherhalf Studio เอเจนซี่ออกแบบเว็บไซต์แบบครบวงจรร่วมกับ Jamil Bhuya กล่าว
การออกแบบหน้าแลนดิ้งที่ดี ควรโฟกัสที่เป้าหมาย Conversion เพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันก็สามารถใช้เป็นพื้นที่ทดสอบกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่อาจยังไม่ต้องการนำมาทดสอบบนเว็บไซต์หลักได้
ฮาวทูในหน้านี้รวบรวมคำแนะนำจาก Jaz และ Jamil เกี่ยวกับวิธีออกแบบหน้าแลนดิ้งให้มีโอกาสสร้าง Conversion ได้ดีขึ้น พร้อม 4 ตัวอย่าง Landing Page ที่ทั้งคู่คัดเลือกมาเพื่อเป็นไอเดียและแรงบันดาลใจให้กับคุณ
Landing Page คืออะไร?
Landing Page คือหน้าเว็บที่สร้างขึ้นเพื่อเป้าหมายเพียงอย่างเดียว เช่น กระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง หรือสมัครรับจดหมายข่าวทางอีเมล ผู้เข้าชมอาจมาถึง Landing Page จากหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาดิจิทัล แคมเปญอีเมล หรือโพสต์บนโซเชียลมีเดียแบบออร์แกนิก โดยหน้าเหล่านี้มักเชื่อมโยงกับแคมเปญหรือโปรโมชันที่เจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
การออกแบบหน้าแลนดิ้งที่มีประสิทธิภาพเป็นยังไง?
องค์ประกอบสำคัญของดีไซน์แลนดิ้งเพจที่ดี ได้แก่
- ข้อเสนอที่ชัดเจนและมีโฟกัส
- สร้างความน่าเชื่อถือตั้งแต่แรกเห็น
- ขายผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่ตัวสินค้า
- ใช้ Social Proof สร้างความมั่นใจ
- ใช้ภาพ วิดีโอ และสื่อมัลติมีเดีย
- มี Sticky CTA ที่มองเห็นได้ขณะเลื่อนหน้า
Jaz Fenton และ Jamil Bhuya จาก Otherhalf Studio มีประสบการณ์ด้านการสร้างแบรนด์และออกแบบเว็บไซต์ให้กับ Junkless, Kiyoko และ Elavi โดยทั้งคู่แนะนำองค์ประกอบต่อไปนี้ สำหรับการออกแบบหน้าแลนดิ้งให้มีประสิทธิภาพ
มีข้อเสนอที่ชัดเจนและมีโฟกัส
หน้าแลนดิ้งที่ดีควรตอบได้ทันทีว่า “หน้านี้ต้องการให้คนทำอะไร” ข้อเสนออาจเป็น Value Proposition ส่วนลด ชุดสินค้าราคาพิเศษ ทดลองใช้ฟรี หรือประโยชน์หลักที่ลูกค้าจะได้รับหลังจากลงมือทำ Action
Jaz Fenton ผู้ร่วมก่อตั้งเอเจนซี่ออกแบบเว็บไซต์ Otherhalf Studio แนะนำว่า Landing Page ควรมีข้อเสนอที่ชัดมาก และทุกองค์ประกอบบนหน้าควรช่วยตอกย้ำข้อเสนอนั้น ไม่ใช่พยายามเล่าทุกอย่างของแบรนด์ในหน้าเดียว เพราะจะทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกว่ามีข้อมูลเยอะเกินไปและไม่รู้ว่าควรคลิกอะไร
|
ข้อเสนอที่ไม่ชัดเจน |
ทำไมถึงไม่เวิร์ก |
ข้อเสนอที่ชัดเจนกว่า |
|---|---|---|
|
“เลือกดูลิปของเรา” |
กว้างเกินไปและไม่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจ |
“ลองเซ็ตลิปขายดี ราคา 750 บาท” |
|
“ทำความรู้จักเราเพิ่มเติม” |
โฟกัสที่แบรนด์มากกว่าคุณค่าที่ผู้เข้าชมจะได้รับ |
“มาดูว่าทีมงานกว่า 6,000 ทีมสามารถลดเวลาประชุมลงครึ่งหนึ่งได้อย่างไร” |
|
“สมัครรับข่าวสาร” |
ไม่บอกเหตุผลชัดเจนว่าทำไมจึงควรให้อีเมล |
“รับแผนมื้ออาหารฟรี 7 วันทางอีเมล” |
|
“ดูว่ามีอะไรใหม่” |
กว้างและไม่มีเป้าหมายชัดเจน |
“พรีออร์เดอร์คอลเลกชันฤดูร้อนก่อนสินค้าหมด” |
สร้างความน่าเชื่อถือตั้งแต่แรกเห็น
“แบรนด์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยส่งสัญญาณความน่าเชื่อถือได้อย่างรวดเร็วทันทีที่ผู้เข้าชมมาถึงเว็บไซต์” Jaz กล่าว “เราจึงต้องทำให้ส่วนแรกที่เห็นก่อนเลื่อนหน้าสร้างความรู้สึกนั้นได้ทันที”
องค์ประกอบของแบรนด์ เช่น โลโก้ ฟอนต์ สไตล์ภาพถ่าย และโทนสี ควรถูกนำมาใช้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งแลนดิ้งเพจ เพื่อให้ลูกค้ารับรู้เอกลักษณ์ของแบรนด์ได้ตั้งแต่แรกเห็น
ขายผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่ตัวสินค้า
“ผู้บริโภคไม่ได้สนใจแค่ตัวสินค้าเสมอไป แต่สนใจผลลัพธ์ คอมมูนิตี้ หรือความรู้สึกที่สินค้านั้นมอบให้” Jamil กล่าว
แนวคิดนี้เรียกว่าการขายโดยเน้นคุณค่าหรือผลลัพธ์ที่ลูกค้าได้รับ แทนที่จะเน้นเฉพาะฟีเจอร์หรือคุณสมบัติของสินค้าแทนที่จะเขียนข้อความบนหน้าแลนดิ้งโดยเน้นเฉพาะฟีเจอร์ของสินค้า ให้สื่อสารถึงผลลัพธ์ ความรู้สึก หรือวิธีที่สินค้าช่วยแก้ปัญหา โดยเชื่อมโยงกับความต้องการและปัญหาของลูกค้า
Jamil อธิบายว่า โดยเฉพาะแบรนด์ที่ผู้ก่อตั้งมีบทบาทสูง มักให้ความสำคัญกับตัวสินค้ามากเกินไป สิ่งสำคัญจึงเป็นการดึงโฟกัสกลับมาที่ผู้บริโภคและเป้าหมายที่พวกเขาต้องการบรรลุ
ตัวอย่างการเปลี่ยนจากการ ขายสินค้า มาเป็นการขายผลลัพธ์ เช่น
|
สินค้า |
ขายตัวสินค้า |
ขายผลลัพธ์ |
|---|---|---|
|
ซอฟต์แวร์เพิ่ม Productivity |
“ระบบจัดการงานด้วย AI” |
“เลิกงานได้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมงทุกวัน” |
|
เครื่องดื่มเกลือแร่ |
“แมกนีเซียมและโพแทสเซียม ไม่มีน้ำตาล” |
“เติมพลังให้วิ่งต่อได้จนถึงช่วงสุดท้าย” |
|
เป้อุ้มเด็ก |
“เป้อุ้มเด็กตามหลักสรีรศาสตร์ ปรับระดับได้” |
“ลูกอยู่ใกล้ตัว มือยังว่างทำอย่างอื่นได้” |
นอกจากข้อความที่เน้นผลลัพธ์แล้ว ควรใช้ภาพประกอบที่ช่วยให้ลูกค้าเห็นผลลัพธ์นั้นได้ชัดขึ้น เช่น โพสต์ Instagram, GIF หรือวิดีโอที่แสดงการใช้สินค้าในชีวิตจริง
ใช้ Social Proof สร้างความมั่นใจ
Social Proof ช่วยให้ว่าที่ลูกค้าเห็นว่ามีคนอื่นซื้อ ใช้ และเชื่อมั่นในสินค้าของแบรนด์อยู่แล้ว โดยสามารถนำมาใช้บนแลนดิ้งเพจได้หลายรูปแบบ เช่น
- วิดีโอรีวิวจากลูกค้าจริง
- โลโก้สื่อและ การกล่าวถึงแบรนด์จากสื่อ
- คอนเทนต์จากผู้ใช้ (UGC) บนโซเชียลมีเดีย
- Case Study ที่มีผลลัพธ์วัดได้
- รีวิวจากลูกค้า และคะแนนดาว
“รีวิวจากลูกค้าจริงน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” Jaz กล่าว โดยแนะนำให้นำรีวิวที่ดีที่สุดขึ้นมาไว้ช่วงต้นของแลนดิ้งเพจ และเลือกรีวิวที่พูดถึงผลลัพธ์หรือประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับอย่างชัดเจน
หากมีรีวิวจำนวนมาก สามารถแสดงคะแนนพร้อมจำนวนรีวิว เช่น “4.9 ดาวจากรีวิวกว่า 2,300 รายการ” ในส่วน Above the Fold เพื่อช่วยสร้างความน่าเชื่อถือตั้งแต่แรก สำหรับสินค้าบางประเภท ภาพก่อนและหลัก (Before & After) ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น สกินแคร์เป็นสินค้าที่ผลลัพธ์มีความสำคัญ จึงเหมาะกับการแสดงภาพก่อนและหลังจริง ส่วนธุรกิจ B2B หรือซอฟต์แวร์สามารถใช้กรณีศึกษาที่ระบุชื่อบริษัทและแสดงผลลัพธ์ที่วัดได้เป็นโซเชียลพรูฟ
ส่วน Social Proof ประเภทอื่น เช่น การได้รับการกล่าวถึงจากสื่อ ไม่จำเป็นต้องอยู่ช่วงบนสุดเสมอไป Jaz มองว่าสามารถนำไปไว้ช่วงท้ายของหน้าเพื่อช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือก่อนที่ผู้เข้าชมจะตัดสินใจได้
ใช้ภาพ วิดีโอ และสื่อมัลติมีเดีย
“การแสดงให้เห็นว่าสินค้าทำงานอย่างไร และให้ความสำคัญกับวิดีโอหรือสื่อที่มีความหลากหลายมากกว่าการใช้ภาพนิ่งเพียงอย่างเดียว เป็นเรื่องสำคัญมาก” Jaz กล่าว ซึ่งการผสมผสานสื่อหลายรูปแบบบนแลนดิ้งเพจช่วยให้ผู้เข้าชมประเมินสินค้าได้จากหลายมุม โดยเฉพาะวิดีโอที่ช่วยถ่ายทอดรายละเอียดอย่างพื้นผิว ขนาด และบริบทการใช้งาน ซึ่งอาจสื่อสารผ่านภาพนิ่งได้ไม่ครบถ้วน
มี Sticky CTA ที่มองเห็นได้ขณะเลื่อนหน้า
CTA (Call to Action) หลักควรยังเข้าถึงได้ขณะที่ผู้เข้าชมเลื่อนดูหน้า และควรใช้ข้อความบนปุ่มให้สอดคล้องกันตลอดทั้งแลนดิ้งเพจ เพื่อให้ทุก CTA พาไปยังเป้าหมายเดียวกัน
Jaz แนะนำให้ใช้ Sticky CTA เพื่อย้ำข้อเสนอและเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมเพิ่มสินค้าลงในตะกร้า สมัครสมาชิก หรือทำ Action ที่ต้องการได้ทุกจังหวะ โดยไม่จำเป็นต้องเลื่อนกลับไปหาปุ่มเดิม
ในงานออกแบบเว็บไซต์ คำว่า Sticky หมายถึงองค์ประกอบที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมขณะผู้ใช้เลื่อนหน้า เช่น สารบัญด้านข้าง ปุ่ม CTA หรือแถบนำทางด้านบน ทำให้ผู้เข้าชมเข้าถึง Action สำคัญได้ตลอดเวลา
4 แบรนด์ที่ออกแบบหน้าแลนดิ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. DISAYA
DISAYA แบรนด์แฟชั่นไทยใช้การออกแบบหน้าแลนดิ้งสำหรับซีรี่ส์ Macrame Signature เพื่อรวมสินค้าที่มีงาน Macrame เป็นจุดเด่นไว้ในหน้าเดียว ตั้งแต่เดรส เสื้อ ไปจนถึงแจ็กเก็ต โดยผู้เข้าชมสามารถดูภาพ ราคา เลือกไซซ์ และเพิ่มสินค้าลงตะกร้าได้จากหน้าเดียว ทำให้เป้าหมายของหน้าชัดเจนกว่าการพาผู้ใช้ไปสำรวจเว็บไซต์โดยรวม
ที่มา: DISAYA Macrame Signature
จุดที่น่าสนใจของการออกแบบหน้าแลนดิ้ง
- โฟกัสที่คอลเลกชันเดียว: หน้า Macrame Signature แยกออกจากคอลเลกชันอื่นของ DISAYA ทำให้สินค้าและองค์ประกอบในหน้าสนับสนุนความสนใจในคอลเลกชันเดียวกัน
- ภาพสินค้าเป็นจุดโฟกัสหลัก: การใช้ภาพแฟชั่นขนาดใหญ่และพื้นหลังเรียบช่วยให้รายละเอียดของเสื้อผ้าโดดเด่น โดยไม่ต้องใช้ข้อความจำนวนมาก
- ลดขั้นตอนก่อนซื้อ: ลูกค้าสามารถเห็นราคา เลือกไซซ์ และกด Add to Cart ได้จากหน้าแลนดิ้งโดยตรง เช่น Lune-Petal Macrame Crystal Mini Dress ราคา 9,590 บาท และ Tank Top with Macrame ราคา 4,590 บาท
- มีตัวเลือกช่วยค้นหาสินค้า: ผู้เข้าชมสามารถกรองตามประเภทสินค้า ไซซ์ และราคา รวมถึงเรียงสินค้าตามราคา สินค้าขายดี หรือสินค้าใหม่ ช่วยให้หน้าเดียวรองรับสินค้าหลายรายการโดยยังคงโฟกัสอยู่ที่คอลเลกชันเดียว
2. Sretsis
Sretsis ใช้ภาพแคมเปญเต็มหน้าจอเพื่อเปิดตัว Prelude to Sretsis Himmapan โดยให้ภาพแฟชั่นและลวดลายดอกไม้เป็นองค์ประกอบหลัก พร้อม CTA “Shop the Collection” ที่พาผู้เข้าชมไปเลือกซื้อสินค้าในคอลเลกชันโดยตรง
ที่มา: Sretsis
จุดที่น่าสนใจของการออกแบบหน้าแลนดิ้ง
- มีเป้าหมาย Conversion ชัดเจน: Hero Section โฟกัสที่คอลเลกชัน Prelude to Sretsis Himmapan และใช้ “Shop the Collection” เป็น Action หลักในการพาผู้เข้าชมไปสู่สินค้า
- ภาพทำหน้าที่เล่าเรื่อง: ภาพแฟชั่นถูกผสานเข้ากับกราฟิกดอกไม้และองค์ประกอบเดียวกับลวดลายบนเสื้อผ้า ทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจ Mood & Tone ของคอลเลกชันก่อนเห็นรายละเอียดสินค้า
- ข้อความน้อยแต่มีลำดับชัดเจน: ชื่อคอลเลกชันและ CTA ถูกวางไว้บนภาพโดยตรง ทำให้หน้า Hero ไม่ต้องใช้คำอธิบายยาวและยังคงจุดโฟกัสไว้ที่แคมเปญ
- เชื่อมแรงบันดาลใจเข้ากับการซื้อ: หลังจากสร้างความสนใจด้วยภาพแคมเปญ เว็บไซต์นำเสนอสินค้าจาก Prelude to Sretsis Himmapan พร้อมราคา ตัวเลือกไซซ์ และ Add to Cart ทำให้เส้นทางจากการเห็นแคมเปญไปสู่การเลือกซื้อมีความต่อเนื่อง
3. SCBAM
ธนาคารไทยพาณิชย์ทำการออกแบบหน้าแลนดิ้ง SCBAM ให้กับแคมเปญ Index Fund โดยเฉพาะ เพื่อรวบรวมตัวเลือกกองทุนดัชนีและช่วยให้ผู้สนใจเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจลงทุน หน้าเปิดด้วยข้อความ “รวม ครบ จบ” ก่อนอธิบายจุดเด่นของ Index Fund แนะนำกองทุนตามตลาดและธีมการลงทุน และเชื่อมต่อไปยังช่องทางลงทุนผ่าน SCB EASY และ SCBAM Fund Click
ที่มา: SCBAM Index Fund
จุดที่น่าสนใจของการออกแบบหน้าแลนดิ้ง
- ข้อเสนอหลักจำง่าย: ใช้คำว่า “รวม ครบ จบ” สรุปคุณค่าของหน้าอย่างกระชับ โดยชูว่ามีกองทุน Index Fund 29 กองทุน ครอบคลุมตลาดหุ้นชั้นนำทั่วโลกกว่า 10 ตลาด
- ให้ข้อมูลก่อนพาไปสู่ Action: หน้าไม่ได้รีบพาผู้ใช้ไปลงทุนทันที แต่เริ่มจากอธิบายว่า Index Fund คืออะไรและมีจุดเด่นอย่างไร เช่น ลงทุนง่าย ค่าธรรมเนียมโดยเฉลี่ยต่ำกว่า Active Fund และเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 1 บาท
- จัดตัวเลือกตามความสนใจ: กองทุนถูกแบ่งตามตลาดและธีม เช่น ตลาดโลก สหรัฐฯ ยุโรป เอเชีย ญี่ปุ่น และจีน ช่วยให้ผู้ใช้ไล่หาตัวเลือกที่ตรงกับเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
- CTA เชื่อมกับขั้นตอนลงทุนจริง: เมื่อผู้ใช้สนใจกองทุน สามารถไปลงทุนต่อผ่าน SCB EASY หรือ SCBAM Fund Click ได้จากหน้าเดียว ทำให้เส้นทางจากการหาข้อมูลไปสู่ Conversion มีความต่อเนื่อง
4. Simple Salepage
Simple Salepage ใช้หน้าเดียวในการนำเสนอแพลตฟอร์มสร้าง Sale Page ตั้งแต่จุดขายหลัก ตัวอย่างการใช้งาน ฟีเจอร์ ไปจนถึงราคาและแพ็กเกจ โดยมีเป้าหมายหลักคือพาผู้ที่สนใจไปสู่การสมัครใช้งาน ส่วนแพ็กเกจบริการออกแบบ Sale Page เพิ่มช่องทางให้ผู้สนใจส่งข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ
ที่มา: Simple Salepage
จุดที่น่าสนใจของการออกแบบหน้าแลนดิ้ง
- สื่อคุณค่าของบริการตั้งแต่ต้น: Hero Section ระบุชัดว่าเป็นเครื่องมือสำหรับขายสินค้าออนไลน์และสร้าง Sale Page ช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจได้ทันทีว่าบริการนี้เหมาะกับใครและใช้ทำอะไร
- ให้ข้อมูลตามลำดับการตัดสินใจ: การออกแบบหน้าแลนดิ้งนี้เริ่มจากจุดขายและตัวอย่าง Sale Page ก่อนลงรายละเอียดฟีเจอร์ เช่น ระบบจัดการออเดอร์ Flash Sale การชำระเงิน และการเชื่อมต่อเครื่องมือโฆษณา แล้วจึงนำไปสู่ราคาและแพ็กเกจ
- เปรียบเทียบแพ็กเกจได้ในหน้าเดียว: ผู้เข้าชมสามารถดูราคา จำนวนเพจ จำนวนผู้ใช้งาน และฟีเจอร์ของแต่ละแพ็กเกจก่อนกด “สมัครใช้งาน” ช่วยลดขั้นตอนในการหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ
- มี Conversion Path สำหรับบริการที่ต้องพูดคุยก่อนซื้อ: แพ็กเกจบริการออกแบบ Sale Page ใช้แบบฟอร์ม “ส่งข้อความถึงเรา” ให้กรอกชื่อ เบอร์โทร และข้อความ เพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ เหมาะกับบริการที่ยังไม่สามารถจบการซื้อผ่านปุ่มสมัครได้ทันที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกแบบหน้าแลนดิ้ง
เว็บไซต์กับแลนดิ้งเพจต่างกันอย่างไร?
แลนดิ้งเพจต่างจากเว็บไซต์ตรงที่เป็นหน้าเว็บเพียงหน้าเดียวภายในเว็บไซต์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเป้าหมาย Conversion ที่เฉพาะเจาะจงเพียงอย่างเดียว ส่วนเว็บไซต์ประกอบด้วยหน้าเว็บทั้งหมดที่อยู่ใน Sitemap
แลนดิ้งเพจ สร้างอย่างไร?
เริ่มจากกำหนดเป้าหมายของแลนดิ้งเพจให้ชัดเจนก่อน จากนั้นเจ้าของร้านค้าอีคอมเมิร์ซสามารถสร้างแลนดิ้งเพจบน Shopify ได้โดยตรง โดยใช้เทมเพลตที่มีอยู่เพื่อสร้างหน้าเฉพาะที่มีดีไซน์สอดคล้องกับส่วนอื่นๆ ของเว็บไซต์
แลนดิ้งเพจควรมีอะไรบ้าง?
แลนดิ้งเพจควรมีข้อเสนอที่ชัดเจน องค์ประกอบสร้างความน่าเชื่อถือในส่วนที่มองเห็นได้ก่อนเลื่อนหน้า ข้อความที่เน้นผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้รับมากกว่าคุณสมบัติของสินค้า Social Proof เช่น รีวิวหรือกรณีศึกษาสื่อที่หลากหลายทั้งภาพและวิดีโอ รวมถึง Sticky CTA ที่ยังมองเห็นและเข้าถึงได้ขณะผู้เข้าชมเลื่อนหน้า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการออกแบบแลนดิ้งเพจมีอะไรบ้าง?
Otherhalf เอเจนซี่ด้านการออกแบบระบุว่า ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการเน้นคุณสมบัติของสินค้ามากกว่าผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้รับ และการไม่นำรีวิวจากลูกค้ามาแสดงในช่วงต้นของหน้า ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสสร้างความน่าเชื่อถือตั้งแต่แรกเห็น

