เสิร์ชเอนจินช่วยสะท้อนความต้องการ คำถาม และความสนใจของผู้คนในแต่ละช่วงเวลา การเข้าใจพื้นฐานของ SEO (Search Engine Optimization) จึงช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ข้อมูลปริมาณการค้นหาเพื่อประเมินความต้องการของตลาด หรือการสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์และตอบโจทย์ลูกค้า
SEO มีองค์ประกอบหลายด้าน ตั้งแต่โครงสร้างทางเทคนิคของเว็บไซต์ การวิเคราะห์ลิงก์ย้อนกลับ ไปจนถึงการค้นหาคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันหลายขั้นตอนสามารถใช้เครื่องมือช่วยวิเคราะห์และทำงานได้อัตโนมัติ “ตอนนี้มีแอป เครื่องมือ และทรัพยากรสำหรับ SEO จำนวนมาก” Jeremiah Curvers ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Polysleep กล่าว “คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะมีเครื่องมือและ AI ช่วยทำงานได้มากขึ้น”
แม้เครื่องมือ SEO สำหรับอีคอมเมิร์ซจำนวนมากจะมีค่าใช้จ่ายรายเดือนประมาณ 100 ดอลลาร์ขึ้นไป แต่ก็ยังมีเครื่องมือ SEO ฟรี หรือเครื่องมือที่มีเวอร์ชันทดลองให้ใช้ ซึ่งสามารถช่วยในการค้นหาคีย์เวิร์ด วิเคราะห์ลิงก์ย้อนกลับ และวิเคราะห์ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปนี้คือ 28 เครื่องมือที่น่าสนใจ
เครื่องมือค้นหาและวิจัยคีย์เวิร์ด
- Ahrefs
- WordStream Free Keyword Tool
- Keyword tool
- Google Keyword Planner
- Ubersuggest
- Amazon Keyword Research by Helium 10
- AnswerThePublic
- Seed Keywords
เครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ดฟรีช่วยให้คุณค้นพบว่ากลุ่มเป้าหมายกำลังค้นหาคำหรือวลีอะไรบนเสิร์ชเอนจิน เมื่อคุณรู้คีย์เวิร์ดเหล่านี้แล้ว คุณสามารถนำไปใช้ในเนื้อหาบนเว็บไซต์เพื่อเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ปรากฏในผลการค้นหาสำหรับคีย์เวิร์ดเหล่านั้น ไปดูเครื่องมือที่น่าสนใจพร้อมๆ กัน
Ahrefs
แพ็กเกจเครื่องมือ SEO แบบครบของ Ahrefs ริ่มต้นประมาณ $29 ต่อเดือน (ประมาณ 1,000 บาท) แต่บริษัทก็มีชุดเครื่องมือ SEO ฟรีที่ช่วยในด้านการค้นหาคีย์เวิร์ด การตรวจสอบความยากของคีย์เวิร์ด และการวิเคราะห์ SERP
ฟีเจอร์หลัก
- Keyword generator ช่วยค้นหาไอเดียคีย์เวิร์ดจาก Google, Bing, YouTube และ Amazon พร้อมข้อมูลปริมาณการค้นหาและคำถามที่เกี่ยวข้อง
- Backlink checker ช่วยตรวจสอบเว็บไซต์ที่ลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ
- Keyword rank checker ช่วยตรวจสอบอันดับเว็บไซต์ของคุณสำหรับคีย์เวิร์ดที่ต้องการ
- Broken link checker ใส่ URL เว็บไซต์ของคุณเพื่อตรวจสอบลิงก์เสียได้สูงสุด 10 ลิงก์
เหมาะสำหรับ: การค้นหาคีย์เวิร์ดและติดตามแบ็กลิงก์
ฟรีจริงมั้ย? Ahrefs มีเครื่องมือฟรีหลายตัว แต่จะมีการแนะนำแพ็กเกจแบบเสียเงินเพิ่มเติม ซึ่งเริ่มต้นประมาณ $29 ต่อเดือน (ประมาณ 1,000 บาท)
WordStream Free Keyword Tool
WordStream Free Keyword Tool ช่วยแนะนำคำและวลีที่เหมาะสำหรับนำไปใช้ในกลยุทธ์ SEO ของคุณ เพียงใส่คีย์เวิร์ดหรือ URL ของเว็บไซต์ เครื่องมือจะสร้างรายการคีย์เวิร์ดที่แนะนำ พร้อมระดับความยากของคีย์เวิร์ด เหมาะสำหรับค้นหาไอเดียคีย์เวิร์ดทั้งแบบสั้นและแบบ long-tail โดยสามารถกรองตามอุตสาหกรรมและพื้นที่ได้
ฟีเจอร์หลัก
- แสดงปริมาณการค้นหา ช่วงราคาประมูล Google Ads และคะแนนการแข่งขันของแต่ละคีย์เวิร์ด
- กรองคีย์เวิร์ดตามประเภทธุรกิจ ภาคหรือประเทศ
- แนะนำคีย์เวิร์ดจากคำที่เกี่ยวข้องหรือคอนเทนต์บนเว็บไซต์
เหมาะสำหรับ: การค้นหาคีย์เวิร์ด
ฟรีจริงมั้ย? เครื่องมือคีย์เวิร์ดฟรีของ WordStream ใช้ฟรี
Keyword Tool
ค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องด้วย Keyword Tool ฟรี
Keyword Tool เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ดที่ช่วยวิเคราะห์คำค้นหาบนเสิร์ชเอนจินอย่าง Google และ Bing รวมถึงแพลตฟอร์มอื่น เช่น YouTube, Amazon และโซเชียลมีเดียอย่าง X และ Pinterest
เวอร์ชันฟรีของเครื่องมือนี้ช่วยให้คุณค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องได้ทั้งแบบ short-tail และ long-tail แต่หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ปริมาณการค้นหา ระดับการแข่งขัน และความยากของคีย์เวิร์ด จำเป็นต้องใช้เวอร์ชัน Pro
ฟีเจอร์หลัก
- ใช้ข้อมูลจาก Google Autocomplete เพื่อแนะนำคีย์เวิร์ด
- สร้างรายการคีย์เวิร์ดได้สูงสุดประมาณ 750 คำในเวอร์ชันฟรี
- รองรับ 83 ภาษา
เหมาะสำหรับ: การค้นหาคีย์เวิร์ด
ฟรีจริงมั้ย? เข้าถึงฟีเจอร์จำกัดในเวอร์ชันฟรี เช่น การดูรายการคีย์เวิร์ดแบบ long-tail แต่หากต้องการดูปริมาณการค้นหาและฟีเจอร์เพิ่มเติม ต้องอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน Pro ซึ่งเริ่มต้นประมาณ $69 ต่อเดือน (ประมาณ 2,500 บาทต่อเดือน) หากสมัครแบบรายปี
Google Keyword Planner
Google Keyword Planner ช่วยให้คุณค้นหาคีย์เวิร์ดใหม่ ประเมินปริมาณการค้นหา และค้นหาคำหรือวลีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ นอกจากนี้ยังช่วยค้นหา Long-tail keywords ที่มีความเฉพาะเจาะจงและสอดคล้องกับเป้าหมายของธุรกิจ
ฟีเจอร์หลัก
- ประมาณการราคาเสนอ (Bid estimation) เพื่อช่วยวางงบประมาณโฆษณาแบบ Pay-Per-Click (PPC)
- ค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ
- คาดการณ์จำนวนคอนเวอร์ชันสำหรับคีย์เวิร์ด
เหมาะสำหรับ: การค้นหาคีย์เวิร์ด
ฟรีจริงมั้ย? Google Keyword Planner ใช้ฟรี แต่ต้องสมัครบัญชี Google Ads สร้างแคมเปญในโหมด Expert และใส่ข้อมูลการเรียกเก็บเงินก่อนใช้งาน
Ubersuggest
วิเคราะห์ข้อมูลคีย์เวิร์ดด้วยตัวตรวจสอบคีย์เวิร์ดฟรีของ Ubersuggest
Ubersuggest เครื่องมือ SEO ฟรีที่ช่วยแนะนำคีย์เวิร์ดจาก URL หรือคีย์เวิร์ดที่คุณกำหนด เวอร์ชันฟรีสามารถค้นหาได้วันละสามครั้ง หากต้องการค้นหาเพิ่มเติมต้องสมัครแพ็กเกจแบบเสียเงิน
เครื่องมือนี้จะแสดงรายการไอเดียคีย์เวิร์ดที่สามารถนำไปใช้สร้างไอเดียสินค้า เพิ่มทราฟฟิกแบบออร์แกนิก หรือวางแผนบทความบล็อก นอกจากนี้ยังสามารถดูเว็บไซต์ที่ติดอันดับบน SERP สำหรับคีย์เวิร์ดนั้น เพื่อทำความเข้าใจ Search Intent และหาไอเดียคอนเทนต์
ฟีเจอร์เด่น
- ภาพรวมแนวโน้มคีย์เวิร์ด ปริมาณการค้นหา และคะแนนความยากของ SEO
- ไอเดียคอนเทนต์จาก URL ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน
- วิเคราะห์คีย์เวิร์ดของคู่แข่ง
เหมาะสำหรับ: การค้นหาคีย์เวิร์ดและวิเคราะห์ SERP
ฟรีจริงมั้ย? ค้นหาได้ฟรีวันละ 3 ครั้ง หากต้องการใช้งานเพิ่มเติมต้องสมัครแพ็กเกจแบบเสียเงิน ซึ่งเริ่มต้นประมาณ $29 ต่อเดือน (ประมาณ 1,000 บาท) และสามารถทดลองใช้งานฟรีได้ 7 วัน
Amazon Keyword Research by Helium 10
เครื่องมือ SEO ฟรีอย่าง Amazon Keyword Research by Helium 10 ช่วยให้คุณค้นหาคีย์เวิร์ดเฉพาะบน Amazon รวมถึง Amazon Standard Identification Number (ASIN) ซึ่งเป็นรหัสสินค้า 10 หลักที่ใช้ระบุสินค้าใน Amazon เครื่องมือนี้จะแสดงข้อมูลปริมาณการค้นหา จำนวนสินค้าที่แข่งขันกัน ประเภทการจับคู่คำค้นหา และความถี่ของคำที่เกี่ยวข้อง
ฟีเจอร์เด่น
- แนะนำคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง
- ใช้ข้อมูลจากระบบค้นหาของ Amazon
- Magnet IQ Score ช่วยเปรียบเทียบสัดส่วนระหว่างปริมาณการค้นหากับจำนวนสินค้าที่แข่งขัน
เหมาะสำหรับ: Amazon SEO
ฟรีจริงมั้ย? เครื่องมือ Amazon Keyword Research ของ Helium 10 ใช้ได้ฟรี
AnswerThePublic
เมื่อพิมพ์คีย์เวิร์ดหรือ URL ลงบนเครื่องมือ SEO ฟรี อย่าง AnswerThePublic โปรแกรมนี้จะช่วยสร้างไอเดียคีย์เวิร์ดจากคำถามและวลีที่ผู้คนค้นหาจริง เพียงใส่คีย์เวิร์ดหรือ URL ระบบจะแสดงรายการคำถามที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นหัวข้อบทความ หน้า FAQ หรือคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งได้
คุณสามารถดาวน์โหลดรายการคีย์เวิร์ดเป็นไฟล์ CSV หรือดูผ่าน Visual Analyzer ซึ่งเป็นแผนภาพที่จัดกลุ่มคำถาม เช่น how, why, where และ when (ยังไง, ทำไม, ที่ไหน และเมื่อไหร่)
ฟีเจอร์เด่น
- แสดงรายการคำถามที่ผู้คนค้นหาที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ด
- ดึงข้อมูลคีย์เวิร์ดจาก Google, Bing, YouTube, TikTok, Amazon และ Instagram
- ข้อมูล CPC พร้อมการประเมินต้นทุน เช่น ต่ำ ปานกลาง หรือสูง
เหมาะสำหรับ: การค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องและไอเดียคอนเทนต์
ฟรีจริงมั้ย? ค้นหาได้ฟรีวันละ 3 ครั้ง หากต้องการค้นหาเพิ่มเติมต้องสมัครแพ็กเกจแบบเสียเงิน ซึ่งเริ่มต้นประมาณ $11 ต่อเดือน (ประมาณ 400 บาท) และทดลองใช้งานฟรีได้ 7 วัน
Seed Keywords
Seed Keywords ค่อนข้างแตกต่างจากเครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ดทั่วไป เพราะใช้แนวคิด Crowdsourcing แทนการแสดงข้อมูลปริมาณการค้นหา คุณสามารถสร้างสถานการณ์สมมติและถามเครือข่ายของคุณว่าพวกเขาจะค้นหาด้วยคำอะไรในสถานการณ์นั้น วิธีนี้ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมการค้นหาของผู้ใช้จริง
ฟีเจอร์เด่น
- ใช้การทำงานร่วมกับเครือข่ายเพื่อค้นหาคีย์เวิร์ดใหม่
- สร้าง URL เฉพาะเพื่อรวบรวมและติดตามข้อมูลคีย์เวิร์ด
เหมาะสำหรับ: การค้นหาคีย์เวิร์ด
ฟรีจริงมั้ย? Seed Keywords ใช้ฟรี
เครื่องมือตรวจสอบและวิเคราะห์เว็บไซต์
- Bing Webmaster
- SEO Review
- Semrush
- Screaming Frog SEO Spider
- GTmetrix
- HigherVisibility Google SERP Snippet Optimization
Technical SEO คือกระบวนการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์เพื่อให้เสิร์ชเอนจินสามารถเข้าถึงและจัดทำดัชนีเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบความเร็วเว็บไซต์ ความเหมาะสมสำหรับมือถือ และปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ ต่อไปนี้คือเครื่องมือ Technical SEO ที่น่าสนใจและใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง
Bing Webmaster Tools
Bing Webmaster Tools เครื่องมือ SEO ฟรีจาก Microsoft ที่มีฟีเจอร์หลากหลาย เช่น การติดตามแบ็กลิงก์ การค้นหาคีย์เวิร์ด และการตรวจสอบเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้สร้างรายงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเว็บไซต์ได้
ฟีเจอร์เด่น
- เครื่องมือวินิจฉัยปัญหาที่ส่งผลต่อการมองเห็นเว็บไซต์
- โปรแกรมเทสต์ความเป็นมิตรกับมือถือ
- Bing Webmaster API เพื่อส่ง sitemap ลิงก์ และข้อมูลเว็บไซต์อื่นๆ ไปยัง Bing
เหมาะสำหรับ: การตรวจสอบเว็บไซต์และติดตามแบ็กลิงก์
ฟรีจริงมั้ย? Bing Webmaster Tools ใช้บริการได้ฟรี
SEO Review Tools
ค้นหา URL ที่อยู่อันดับต้นๆ ด้วยเครื่องมือ SEO ฟรีนี้
SEO Review Tools เป็นชุดเครื่องมือ SEO ฟรีที่รวมฟังก์ชันมากกว่า 70 เครื่องมือ ครอบคลุมทั้งด้าน Technical SEO, Content SEO และการวิเคราะห์ Authority ของเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังช่วยตรวจสอบ Core Web Vitals ซึ่งเป็นตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพเว็บไซต์ที่ Google ใช้ประเมินสุขภาพทางเทคนิคของเว็บไซต์
แม้จะมีเครื่องมือจำนวนมากให้เลือกใช้ แต่ก็เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างชุดเครื่องมือ SEO ของตัวเองโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ฟีเจอร์เด่น
- การเทสต์ Core Web Vitals
- ตัววิเคราะห์ลิงก์ภายใน
- ตัวตรวจสอบการเปลี่ยนเส้นทาง SEO (SEO Redirect)
เหมาะสำหรับ: การติดตามแบ็กลิงก์ การค้นหาคีย์เวิร์ด การวิเคราะห์ SERP และตรวจสอบลิงก์เสีย
ฟรีจริงมั้ย? เครื่องมือทั้งหมดใน SEO Review Tools สามารถใช้ฟรี
Semrush
Semrush แพลตฟอร์ม SEO ที่มีฟีเจอร์หลากหลายสำหรับการวิเคราะห์เว็บไซต์ แม้ว่าฟีเจอร์ส่วนใหญ่จะต้องใช้บัญชีแบบเสียเงิน แต่ Semrush ก็มีเครื่องมือ SEO ฟรีบางส่วนที่ช่วยติดตามและปรับปรุงประสิทธิภาพการค้นหาของเว็บไซต์
ฟีเจอร์เด่น
- ติดตามอันดับการค้นหาได้ฟรีสูงสุด 10 คีย์เวิร์ด
- Google SERP Simulator สำหรับดูตัวอย่างว่าคอนเทนต์ของคุณจะปรากฏบนหน้าผลการค้นหาอย่างไร
- เครื่องมือตรวจสอบเว็บไซต์ (Website audit) วิเคราะห์สุขภาพเว็บไซต์ ข้อผิดพลาด และความสามารถในการ crawl สูงสุด 100 หน้า
เหมาะสำหรับ: การติดตามอันดับการแสดงผลการค้นหา (Ranking) และการตรวจสอบเว็บไซต์
ฟรีจริงมั้ย? Semrush มีเครื่องมือฟรีหลายตัว แต่หากต้องการฟีเจอร์ขั้นสูงต้องสมัครแพ็กเกจแบบเสียเงิน ซึ่งเริ่มต้นประมาณ $117.33 ต่อเดือน (ประมาณ 4,200 บาท) เมื่อสมัครแบบรายปี
Screaming Frog SEO Spider
Screaming Frog SEO Spider เป็นเครื่องมือ SEO ที่ช่วยวิเคราะห์เว็บไซต์เพื่อค้นหาลิงก์เสียและปัญหา SEO อื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อประสบการณ์ผู้ใช้และอันดับบนเสิร์ชเอนจิน เวอร์ชันฟรีสามารถตรวจสอบเว็บไซต์ได้สูงสุด 500 URL
ฟีเจอร์หลัก
- ตรวจสอบลิงก์เสียและวิเคราะห์การ redirect
- สร้างและตั้งค่า XML sitemap
- รองรับระบบ Mac, Windows และ Linux
เหมาะสำหรับ: การ Crawl เว็บไซต์และการตรวจสอบ Technical SEO
ฟรีจริงมั้ย? เวอร์ชันฟรีใช้ฟีเจอร์หลักได้และตรวจสอบเว็บไซต์ได้สูงสุด 500 URL หากต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น การเปรียบเทียบ crawl การเชื่อมต่อ Google Analytics หรือการตรวจสอบการสะกดคำ สามารถอัปเกรดเป็นเวอร์ชันเสียเงิน ซึ่งมีราคา $259 ต่อปี (ประมาณ 9,300 บาทต่อปี)
GTmetrix
GTmetrix เครื่องมือ SEO ฟรีที่ช่วยตรวจสอบความเร็วและประสิทธิภาพของเว็บไซต์ รวมถึงปัญหาด้านโครงสร้างของหน้าเว็บ คุณสามารถสร้างบัญชีฟรีเพื่อทดสอบการโหลดเว็บไซต์จากหลายตำแหน่งทั่วโลก เพื่อดูว่าเว็บไซต์ของคุณทำงานได้ดีเพียงใดในแต่ละภูมิภาค
ฟีเจอร์เด่น
- คะแนนประสิทธิภาพและโครงสร้างเว็บไซต์เพื่อใช้เปรียบเทียบ
- กราฟแสดงความเร็วในการโหลดเว็บไซต์
- แสดงปัญหาหลักของเว็บไซต์พร้อมระดับความสำคัญ
เหมาะสำหรับ: การเช็คความเร็วและประสิทธิภาพเว็บไซต์
ฟรีจริงมั้ย? เวอร์ชันฟรีมีกราฟและข้อมูลช่วยให้เห็นภาพการโหลดหน้าเว็บ หากต้องการข้อมูลย้อนหลังและตำแหน่งการทดสอบเพิ่มเติม สามารถอัปเกรดเป็นเวอร์ชันเสียเงิน ซึ่งเริ่มต้นประมาณ $4.25 ต่อเดือน (ประมาณ 150 บาทต่อเดือน) เมื่อสมัครแบบรายปี
HigherVisibility Google SERP Snippet Optimization
ใช้เครื่องมือฟรีนี้เพื่อดูตัวอย่างการแสดงผลของหน้าเว็บบนหน้าผลการค้นหา (SERP)
Google SERP Snippet Optimization Tool เป็นเครื่องมือ SEO ฟรีที่ช่วยให้คุณเห็นตัวอย่างว่าหน้าเว็บจะปรากฏบนหน้าผลการค้นหาของ Google (SERP) อย่างไร เครื่องมือนี้ทำงานเป็นตัวแก้ไขแบบเรียลไทม์ ช่วยให้คุณเขียนและปรับปรุง Meta Title และ Meta Description ได้ทันที พร้อมแสดงตัวอย่างผลลัพธ์บน Google
การตรวจสอบความยาวของ Title และ Description ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลสำคัญจะไม่ถูกตัดออกในผลการค้นหา
ฟีเจอร์เด่น
- แจ้งเตือนเมื่อ Metadata มีความยาวเกินขีดจำกัดตัวอักษร
- แสดงตัวอย่าง Rich Snippet เช่น Meta Title, Meta Description และข้อมูลคะแนนรีวิว
เหมาะสำหรับ: การปรับแต่ง SERP Snippet, Meta Title และ Meta Description
ฟรีจริงมั้ย? Google SERP Snippet Optimization Tool ใช้ฟรี
เครื่องมือวิเคราะห์แบ็กลิงก์
แบ็กลิงก์ก์ถือเป็นปัจจัยสำคัญใน SEO เพราะเมื่อเว็บไซต์อื่นลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ เสิร์ชเอนจินจะมองว่าเว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือและมีคุณค่า ต่อไปนี้คือเครื่องมือตรวจสอบแบ็กลิงก์ฟรีที่ช่วยให้คุณติดตามโปรไฟล์แบ็กลิงก์ของเว็บไซต์ได้
SEOptimer Free Backlink Checker SEO Tool
เพียงป้อน URL เว็บไซต์ของคุณลงในเครื่องมือตรวจสอบแบ็กลิงก์ฟรีของ SEOptimer คุณก็สามารถดูได้ว่าเว็บไซต์ใดกำลังลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ นอกจากนี้ยังสามารถใส่ URL ของคู่แข่งเพื่อดูว่าเว็บไซต์ใดลิงก์ไปยังพวกเขา ซึ่งช่วยให้คุณสร้างรายการแหล่งแบ็กลิงก์ที่เป็นไปได้
ฟีเจอร์หลัก
- ดูหน้าที่มีแบ็กลิงก์มากที่สุดของเว็บไซต์
- ดู anchor text ที่ถูกใช้มากที่สุดในโปรไฟล์แบ็กลิงก์
- ค้นหาประเทศและโดเมนระดับบน (TLD) ที่ลิงก์มายังเว็บไซต์
เหมาะสำหรับ: การติดตามแบ็กลิงก์
ฟรีจริงมั้ย? Free Backlink Checker SEO Tool ใช้ ฟรี แต่ฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น คีย์เวิร์ดแนะนำ การตรวจสอบ SEO และรายงานอีเมลรายสัปดาห์ เริ่มต้นประมาณ $21.75 ต่อเดือน (ประมาณ 780 บาทต่อเดือน) เมื่อสมัครแบบรายปี
Synup Listing Scan
Synup Listing Scan เป็นเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบและวิเคราะห์โปรไฟล์รายชื่อธุรกิจในระบบ Local SEO เพียงใส่ข้อมูลพื้นฐานของธุรกิจ เครื่องมือจะสแกนการปรากฏตัวของธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต รวมถึง Google Business Profile และเว็บไซต์ไดเรกทอรีอื่น เช่น Wongnai หรือเว็บไซต์รายชื่อธุรกิจในท้องถิ่น พร้อมแสดงคะแนนรีวิวและชื่อเสียงของธุรกิจ
ฟีเจอร์หลัก
- ค้นหารายชื่อธุรกิจบนเว็บไซต์รีวิวต่าง ๆ
- ตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลธุรกิจในระบบ Local SEO
- ดูคะแนนรีวิวและภาพรวมชื่อเสียงของธุรกิจ
เหมาะสำหรับ: Local SEO ระดับท้องถิ่น
ฟรีจริงมั้ย? แกนรายชื่อธุรกิจในระบบ Local Listings ได้ฟรี
BrightLocal
ดูผลการค้นหาตามพื้นที่ด้วยเครื่องมือ local SEO ฟรีของ BrightLocal
BrightLocal เป็นเครื่องมือ Local SEO ที่มีฟีเจอร์หลากหลายสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก โดยเครื่องมือฟรีเหล่านี้ช่วยให้คุณเข้าใจตำแหน่งการค้นหาในพื้นที่ของคุณ และค้นหาจุดที่ควรปรับปรุง
ฟีเจอร์หลัก
- Google Review Link และ Place ID Generator สำหรับสร้างลิงก์รีวิว Google ให้ลูกค้า
- Local RankFlux สำหรับติดตามอันดับรายวันและดูความเปลี่ยนแปลงของอัลกอริทึม
- Local SERP Checker สำหรับค้นหาคีย์เวิร์ดแบบระบุตำแหน่งพื้นที่
เหมาะสำหรับ: Local SEO
ฟรีจริงมั้ย? BrightLocal มีเครื่องมือฟรีบางส่วน แต่หากต้องการใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงต้องสมัครแพ็กเกจแบบเสียเงิน ซึ่งเริ่มต้นประมาณ $29 ต่อเดือน (ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน) สำหรับแพคเกจรายปี
เครื่องมือ On-page SEO สำหรับปรับแต่งหน้าเว็บไซต์
เครื่องมือที่ช่วยปรับแต่งองค์ประกอบบนหน้าเว็บมีบทบาทสำคัญต่อการทำ SEO เพราะเครื่องมือค้นหาใช้เนื้อหาบนหน้าเว็บเพื่อทำความเข้าใจว่าเพจนั้นเกี่ยวกับอะไร และควรแสดงผลสำหรับคำค้นหาแบบใด นอกจากนี้องค์ประกอบบนหน้าเว็บยังส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยจัดอันดับของอัลกอริทึมหลายระบบ และต่อไปนี้คือลิสต์เครื่องมือ On-page SEO ฟรีที่น่าสนใจ
Detailed SEO toolbar
Detailed SEO toolbar เป็นส่วนขยายเบราว์เซอร์ที่แสดงข้อมูลและตัวชี้วัดด้าน SEO ของหน้าเว็บ รองรับทั้ง Chrome และ Firefox เครื่องมือนี้สามารถเพิ่มเมนูคำสั่งในคลิกขวา เพื่อช่วยทำงาน SEO เบื้องต้น เช่น การไฮไลต์ลิงก์ nofollow การค้นหาเว็บไซต์ และการเปิดหน้าเว็บในเครื่องมือ SEO อื่น
ฟีเจอร์หลัก
- ดู structured data markup บนหน้าเว็บ
- วิเคราะห์โครงสร้างหน้าเว็บ เช่น heading tags
- ตรวจสอบว่าข้อความที่เลือกมีเนื้อหาซ้ำกับเว็บไซต์อื่นหรือไม่
เหมาะสำหรับ: การวิเคราะห์ on-page SEO
ฟรีจริงมั้ย? Detailed SEO toolbar ใช้ได้
Wincher
Wincher เป็นแพลตฟอร์มที่มีชุดเครื่องมือ SEO หลายประเภท รวมถึงเครื่องมือตรวจสอบ On-page SEO ฟรี เพียงใส่ URL ของหน้าเว็บและคีย์เวิร์ดที่ต้องการวิเคราะห์ เครื่องมือจะประเมินว่าเพจนั้นถูกปรับแต่งสำหรับคีย์เวิร์ดดังกล่าวดีแค่ไหน และแนะนำจุดที่สามารถปรับปรุงได้
ฟีเจอร์หลัก
- ตรวจสอบองค์ประกอบสำคัญของ On-page SEO เช่น title tag สื่อบนหน้าเว็บ โค้ด และโครงสร้าง URL
- แสดงแนวทางแก้ไขปัญหา On-page SEO ที่สำคัญ
เหมาะสำหรับ: การปรับแต่งคีย์เวิร์ดบนหน้าเว็บ
ฟรีจริงมั้ย? เครื่องมือตรวจสอบ On-page SEO ใช้ฟรี แต่หากต้องการฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น รายงานคีย์เวิร์ดสูงสุด 500 คำ การติดตามเว็บไซต์ 10 เว็บไซต์ และการอัปเดตอันดับรายวัน ต้องสมัครแพ็กเกจแบบชำระเงิน ซึ่งเริ่มต้นที่ประมาณ $41 ต่อเดือน (ประมาณ 1,470 บาทต่อเดือน) เมื่อสมัครแบบรายปี
GoSEO Product Optimizer
ปรับแต่งหน้าโปรดักต์ให้เหมาะกับ SEO ด้วยแอปบน Shopify
GoSEO Product Optimizerเป็นแอปสำหรับ Shopify ที่มีแพ็กเกจใช้งานฟรี และทำงานได้โดยตรงภายในหน้า Shopify admin ของร้านค้า เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณตรวจสอบระดับการปรับแต่ง SEO ของหน้าโปรดักต์ผ่าน SEO score พร้อมฟีเจอร์ AI ที่ช่วยสร้างเนื้อหาสำหรับคำอธิบายสินค้า alt text ของรูปภาพ และแท็กสินค้าได้อย่างรวดเร็ว
ฟีเจอร์หลัก
- ออกแบบมาสำหรับร้านค้า Shopify โดยเฉพาะ
- สร้างคำอธิบายสินค้าและคำแนะนำแท็กด้วย AI
- แสดง SEO score เพื่อวิเคราะห์การปรับแต่ง On-page SEO
เหมาะสำหรับ: การปรับแต่งหน้าโปรดักต์บนร้านค้า Shopify
ฟรีจริงมั้ย? ติดตั้งฟรี และมีแพ็กเกจแบบชำระเงิน โดยราคาเริ่มต้นประมาณ $14 ต่อเดือน (ประมาณ 500 บาทต่อเดือน) ซึ่งจะเพิ่มฟีเจอร์ เช่น คำแนะนำ SEO แบบเรียลไทม์ การตรวจสอบ SEO โดยผู้เชี่ยวชาญ และความสามารถเพิ่มเติมจาก ChatGPT
Tiny SEO Speed Image Optimizer
TinySEO Speed Image Optimizer เครื่องมือที่ช่วยปรับแต่งรูปภาพสำหรับร้านค้า Shopify ได้แบบคลิกเดียว โดยมีฟีเจอร์สำรองรูปภาพอัตโนมัติ บีบอัดรูปภาพ และสร้าง alt text เพื่อให้รูปภาพสินค้าไม่ส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพ SEO ของเว็บไซต์
ฟีเจอร์หลัก
- ปรับขนาดและบีบอัดรูปภาพอัตโนมัติ
- สำรองไฟล์รูปภาพอัตโนมัติ
- บริการซัพพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมง
เหมาะสำหรับ: การปรับรูปภาพให้เหมาะกับร้านบน Shopify
ฟรีจริงมั้ย? มีแพลนฟรี สำหรับฟีเจอร์เพิ่มเติม รวมถึง lazy loading, asset preloading และ instant indexing เลือกแพลนแบบเสียเงินซึ่งเริ่มต้นที่ $14 ต่อเดือน (ประมาณ 500 บาทต่อเดือน)
เครื่องมือวิเคราะห์และติดตามประสิทธิภาพ SEO
- Google Analytics
- Google Search Console
- Google Trends
- Google Business Profile
- Google PageSpeed Insights
หากต้องการรู้ว่ากลยุทธ์ SEO ที่ใช้อยู่สามารถเพิ่มการมองเห็นและช่วยให้เว็บไซต์เข้าใกล้เป้าหมาย KPI ได้มากแค่ไหน เครื่องมือเหล่านี้สามารถให้คำตอบได้
ตามมาดูลิสต์เครื่องมือด้านรายงานและวิเคราะห์ SEO ฟรีที่นิยมใช้กันมากที่สุด
Google Analytics
Google Analytics เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณเห็นข้อมูลประสิทธิภาพของเว็บไซต์แบบเรียลไทม์ รวมถึงข้อมูลการเข้าชมและการมองเห็นในผลการค้นหา คุณสามารถดูได้ว่าผู้ใช้งานค้นหาคำใดก่อนเข้ามาที่เว็บไซต์ อัตราการตีกลับ (bounce rate) และตัวชี้วัดสำคัญอื่น ๆ ที่ช่วยปรับปรุงอันดับ SEO
เพียงติดตั้งโค้ด HTML ของ Google Analytics ลงในเว็บไซต์ คุณก็สามารถเริ่มใช้งานเครื่องมือวิเคราะห์นี้ได้ฟรี
ฟีเจอร์เด่น
- แดชบอร์ดรายงานแบบปรับแต่งเองได้
- การติดตามเหตุการณ์โดยละเอียดเพื่อวัดการกระทำเฉพาะ เช่น การวัดคอนเวอร์ชัน
- เชื่อมต่อกับ Shopify ได้ง่าย
เหมาะสำหรับ: การวิเคราะห์เว็บไซต์
ฟรีจริงมั้ย? Google Analytics ใช้งานฟรี
Google Search Console
Google Search Console หรือที่เคยรู้จักในชื่อ Google Webmaster Tools เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์ฟรีจาก Google ที่ช่วยติดตามประสิทธิภาพของเว็บไซต์ในผลการค้นหา คุณสามารถดูข้อมูลเชิงลึก เช่น อัตราการคลิก (CTR) คีย์เวิร์ดที่เว็บไซต์ติดอันดับ รวมถึงส่ง XML sitemap และ URL เพื่อให้ Google เข้ามา crawl เว็บไซต์ได้
ฟีเจอร์เด่น
- แจ้งเตือนปัญหา Technical SEO ที่อาจส่งผลต่ออันดับเว็บไซต์
- ส่ง sitemap และ URL ให้ Google crawl
- เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อตรวจดูว่า Google จัดทำดัชนีเว็บไซต์อย่างไร
เหมาะสำหรับ: การวิเคราะห์คีย์เวิร์ดและอัตราการคลิก (CTR)
ฟรีจริงมั้ย? Google Search Console ใช้ฟรี
Google Trends
รายงาน Google Trends สำหรับคีย์เวิร์ด “running shoes” ตั้งแต่ปี 2004 ถึงปัจจุบัน
Google Trends เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ดที่ช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ SEO ของคุณ เพียงใส่หัวข้อหรือคีย์เวิร์ด เครื่องมือจะแสดงกราฟแนวโน้มปริมาณการค้นหา พร้อมช่วงเวลาที่มีการค้นหาสูงหรือต่ำ นอกจากนี้ยังบอกได้ว่าคีย์เวิร์ดนั้นกำลังได้รับความนิยมในพื้นที่ใดของโลก รวมถึงคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องและกำลังเป็นกระแส
ฟีเจอร์เด่น
- ดูเทรนค้นหาคีย์เวิร์ดย้อนหลังได้ตั้งแต่ปี 2005
- เปรียบเทียบคำค้นหาหลายคำพร้อมกัน
- ค้นหาคีย์เวิร์ดที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
- หน้า “Trending now” ใช้ดูหัวข้อที่กำลังเป็นกระแส
เหมาะสำหรับ: การค้นหาคีย์เวิร์ด
ฟรีจริงมั้ย? Google Trends ใช้ฟรี
Google Business Profile
Google Business Profile เป็นเครื่องมือ Local SEO ฟรีที่สำคัญสำหรับธุรกิจ ช่วยให้คุณสร้างและจัดการข้อมูลธุรกิจบน Google ซึ่งจะปรากฏเมื่อผู้ใช้ค้นหาชื่อธุรกิจของคุณ รวมถึงใน Google Maps
หมายเหตุ: ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจริงแบบ physical store แต่ธุรกิจควรมีการติดต่อกับลูกค้าแบบพบเจอโดยตรง และธุรกิจที่ดำเนินงานออนไลน์ทั้งหมดอาจได้รับประโยชน์จากเครื่องมือนี้น้อยกว่า
ฟีเจอร์เด่น
- โปรไฟล์ที่ปรับแต่งได้เพื่อแสดงที่อยู่ รายละเอียดการติดต่อ และสถานที่ของธุรกิจ
- รวบรวมรีวิวจากลูกค้า
- รายงานประสิทธิภาพการค้นหาท้องถิ่นโดยละเอียด
เหมาะสำหรับ: Local SEO
ฟรีจริงมั้ย? Google Business Profile ใช้ฟรี
Google PageSpeed Insights
ติดตาม Core Web Vitals ของเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรีอย่าง Google PageSpeed Insights
PageSpeed Insights เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่ช่วยตรวจสอบปัญหาด้านความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อ SEO หากเว็บไซต์โหลดช้า อันดับบนเสิร์ชเอนจินอาจลดลง เพียงใส่ URL ของเว็บไซต์ เครื่องมือจะสร้างรายงาน SEO audit พร้อมคำแนะนำในการปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ โดยสามารถทดสอบได้ทั้งเวอร์ชันเดสก์ท็อปและมือถือ
ฟีเจอร์เด่น
- การประเมิน Core Web Vitals ฟรี
- วิเคราะห์ปัญหาด้านประสิทธิภาพของเว็บไซต์
- เปรียบเทียบความเร็วเว็บไซต์ระหว่างมือถือและเดสก์ท็อป
เหมาะสำหรับ: เช็คความเร็วโหลดเว็บไซต์และการตรวจสอบ Technical SEO
ฟรีจริงมั้ย? Google PageSpeed Insights ใช้ฟรี
เครื่องมือคอนเทนต์และ PR
การทำ Digital PR ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมของคุณ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับนักข่าวและนักเขียน ซึ่งสามารถนำไปสู่การเผยแพร่บทความ การอ้างอิงแบรนด์ และการสร้างแบ็กลิงก์ ต่อไปนี้คือเครื่องมือการตลาดที่ช่วยให้คุณเริ่มต้นได้
Qwoted
Qwoted Qwoted เป็นเครื่องมือ SEO ฟรีที่เชื่อมต่อระหว่างนักข่าวกับแหล่งข้อมูล คุณสามารถสร้างโปรไฟล์เพื่อแสดงความเชี่ยวชาญของคุณในฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นตอบคำถามหรือคำขอจากนักข่าวเกี่ยวกับหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมของคุณ
ระบบของ Qwoted ยังช่วยจับคู่คุณกับนักข่าวที่กำลังมองหาแหล่งข้อมูลที่ตรงกับโปรไฟล์ของคุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์กับสื่อและเพิ่มโอกาสในการได้แบ็กลิงก์
ฟีเจอร์เด่น
- สร้างโปรไฟล์ผู้เชี่ยวชาญใน Expert Database
- ระบบจับคู่คำขอจากนักข่าวตามความเชี่ยวชาญของคุณโดยอัตโนมัติ
เหมาะสำหรับ: การสร้างแบ็กลิงก์
ฟรีจริงมั้ย? Qwoted เปิดให้สร้างบัญชีผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี
Help A B2B Writer
แม้ว่า Qwoted จะครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม แต่สำหรับธุรกิจ B2B อาจต้องการลองใช้ Help A B2B Writer ซึ่งออกแบบมาสำหรับการเชื่อมต่อระหว่างนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจ B2B โดยเฉพาะ
คำขอจากนักข่าวจะถูกส่งไปยังแหล่งข้อมูลที่ตรงกับคุณสมบัติเท่านั้น ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาคัดกรองคำขอที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์กับนักเขียนและนักข่าว เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการอ้างอิงและแบ็กลิงก์
ฟีเจอร์เด่น
- รับอีเมลแจ้งเตือนรายวันจากนักข่าวที่กำลังมองหาแหล่งข้อมูล
- เลือกสาขาความเชี่ยวชาญได้ เช่น การตลาด การเงิน หรือเทคโนโลยี
เหมาะสำหรับ: การสร้างแบ็กลิงก์
ฟรีจริงมั้ย? Help A B2B Writer ใช้ฟรี
เพิ่มทราฟฟิกให้เว็บไซต์ด้วยเครื่องมือ SEO ฟรี
แม้จะมีซอฟต์แวร์ SEO แบบเสียเงินจำนวนมากที่มีฟีเจอร์ครบถ้วน ตั้งแต่การค้นหาคีย์เวิร์ดไปจนถึงการวิเคราะห์แบ็กลิงก์ในระดับลึก แต่เครื่องมือ SEO ฟรีที่กล่าวมาข้างต้นก็สามารถช่วยให้คุณเริ่มต้นปรับปรุง SEO ของเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
หากคุณเป็นเจ้าของร้านค้า Shopify คุณยังสามารถเข้าไปดูแอป SEO เพิ่มเติมได้ใน Shopify App Store เพื่อช่วยปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณให้เหมาะกับการค้นหามากยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องมือ SEO ฟรี
มีเครื่องมือ SEO ฟรีบ้างมั้ย
มีเครื่องมือ SEO ฟรีหลายตัว เช่น Google Keyword Planner, WordStream Free Keyword Tool และ MozBar SEO toolbar นอกจากนี้เครื่องมือ SEO แบบครบหลายแพลตฟอร์มก็มักมีฟีเจอร์ฟรีบางส่วนหรือช่วงทดลองใช้ฟรีให้ใช้งาน
จะทำ SEO ฟรีได้อย่างไร
คุณสามารถใช้เครื่องมือ SEO ฟรี เพื่อวางแผนและดำเนินกลยุทธ์ SEO ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น เครื่องมืออย่าง Google Keyword Planner, Ahrefs และ Semrush มีฟีเจอร์ที่ช่วยค้นหาคีย์เวิร์ด ตรวจสอบเว็บไซต์ และวิเคราะห์แบ็กลิงก์ได้ในระดับหนึ่ง
เครื่องมือ SEO ตัวไหนแม่นยำที่สุด
มีเครื่องมือ SEO หลายตัวที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคีย์เวิร์ด ประสิทธิภาพบน SERP และแบ็กลิงก์ได้อย่างแม่นยำ ตัวอย่างเครื่องมือที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Moz, Ahrefs, Semrush, WordStream, Ubersuggest, Google Keyword Planner และ Yoast SEO
ควรมองหาฟีเจอร์อะไรบ้างจากเครื่องมือ SEO ฟรี
เมื่อเลือกใช้เครื่องมือ SEO ฟรี ควรพิจารณาเครื่องมือที่มีฟีเจอร์สำคัญ เช่น
- การค้นหาคีย์เวิร์ด
- การวิเคราะห์ On-page SEO
- รายงาน SEO แบบละเอียด
- การตรวจสอบเว็บไซต์ (Site audit)
- การวิเคราะห์ความเร็วเว็บไซต์
- ฟีเจอร์ปรับแต่งรูปภาพสำหรับ SEO
เครื่องมือ SEO ฟรีให้ผลลัพธ์เดียวกับแบบเสียเงินหรือไม่
เครื่องมือ SEO ฟรีสามารถให้ผลลัพธ์ที่คล้ายกับเครื่องมือแบบเสียเงิน แต่โดยทั่วไปมักมีข้อจำกัดด้านปริมาณข้อมูลหรือฟีเจอร์ที่ใช้งานได้ เครื่องมือเหล่านี้เหมาะสำหรับการปรับปรุง SEO ของเว็บไซต์ขนาดเล็กหรือเว็บไซต์ที่เพิ่งเริ่มต้น แต่หากต้องจัดการเว็บไซต์ขนาดใหญ่ อาจต้องใช้แพ็กเกจแบบเสียเงินเพื่อปลดล็อกฟีเจอร์ทั้งหมด


