เมื่อลูกค้าต้องการซื้อของ แต่ยังไม่มีเงินสดพร้อมจ่ายทันที ตัวเลือกที่พบได้บ่อยมีอยู่ไม่กี่แบบ เช่น รูดบัตรเครดิต ใช้ระบบผ่อนของทางร้าน (Layaway) หรือแบ่งจ่ายรายเดือนผ่านบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือ Buy Now Pay Later (BNPL)
แม้ว่าบัตรเครดิตจะยังคงเป็นวิธีชำระเงินที่ได้รับความนิยม แต่ระบบผ่อนครบรับของ (Layaway) ของร้านค้ากำลังค่อย ๆ ลดบทบาทลง ในขณะที่ โปรแกรม BNPL ระบบที่ดำเนินการโดยผู้ให้บริการเครดิตบุคคลที่สามกำลังได้รับความนิยมและเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีการสำรวจหนึ่งพบว่า ชาวอเมริกันมากถึง 25% เคยใช้บริการ BNPL เป็นตัวเลือกในการชำระเงิน
แม้ว่าผู้ค้าปลีกจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับผู้ให้บริการ BNPL เพื่อใช้ระบบนี้ แต่หลายธุรกิจก็สามารถชดเชยต้นทุนดังกล่าวได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น
ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) คืออะไร?
Buy Now Pay Later (BNPL) หรือซื้อก่อนจ่ายทีหลัง คือรูปแบบสินเชื่อที่เสนอให้กับลูกค้าในขั้นตอนชำระเงิน เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าแบบเครดิตได้โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
ผู้ให้บริการ BNPL ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Atome, SPayLater ของ Shopee, LazPayLater ของ Lazada, PayLater by Grab, Pay Next จาก TrueMoney Wallet และ K PAY LATER จากธนาคารกสิกรไทย
ผู้ให้บริการระบบซื้อก่อนจ่ายทีหลังหลายรายจะประเมินความสามารถในการชำระเงินของลูกค้าแบบอัตโนมัติในขั้นตอนสมัคร โดยใช้ข้อมูลต่าง ๆ เช่น ประวัติการใช้งานแพลตฟอร์ม พฤติกรรมการซื้อสินค้า หรือข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงอนุมัติวงเงินสำหรับการซื้อสินค้าที่จุดขาย
หลังจากซื้อสินค้าแล้ว ลูกค้าจะชำระเงินเป็นงวดรายเดือนให้กับผู้ให้บริการ จนกว่าจะชำระค่าสินค้าครบทั้งหมด
ตัวเลือกการชำระเงินบางแบบอาจมีดอกเบี้ย แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม บางบริษัทอาจมีค่าปรับกรณีชำระเงินล่าช้า นอกจากนี้ บริษัท BNPL มักชดเชยรายได้จากดอกเบี้ยที่ไม่ได้เก็บจากผู้บริโภค ด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากร้านค้าหรือผู้ค้าปลีกแทน
ระบบ Buy Now Pay Later เป็นยังไง?
ซื้อก่อนจ่ายทีหลังเป็นระบบชำระเงินที่ช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ทันที แล้วค่อยชำระเงินภายหลังภายในระยะเวลาที่กำหนด ระบบการชำระเงินลักษณะนี้พบได้บ่อยในร้านค้าออนไลน์ และมีแนวคิดคล้ายกับระบบผ่อนครบรับของ (Layaway) ที่ร้านค้าใช้ในอดีต
โดยทั่วไป ลูกค้าจะเลือกตัวเลือกซื้อก่อนจ่ายทีหลังในขั้นตอนชำระเงิน จากนั้นระบบจะแสดงรายละเอียดการชำระเงินและกำหนดวันครบกำหนดชำระ หากไม่ชำระภายในเวลาที่กำหนด อาจมีค่าปรับจากการชำระเงินล่าช้า
ด้านล่างคือขั้นตอนการทำงานของระบบ BNPL สำหรับทั้งลูกค้าและร้านค้าโดยสรุป
- ลูกค้าเลือกสินค้าและเริ่มขั้นตอนการชำระเงินตามปกติ ลูกค้าจะเลือกสินค้าในร้านค้าออนไลน์ตามปกติ ใส่สินค้าลงในตะกร้า และเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงินเหมือนการซื้อสินค้าออนไลน์ทั่วไป
- ระบบของผู้ให้บริการ BNPL แสดงตัวเลือกซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ในหน้าชำระเงิน ลูกค้าจะเห็นตัวเลือกซื้อก่อนจ่ายทีหลังควบคู่ไปกับวิธีชำระเงินอื่น เช่น บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต
- ผู้ให้บริการประเมินความสามารถในการชำระเงิน เมื่อลูกค้าเลือกใช้ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ระบบจะขอข้อมูลพื้นฐานบางอย่าง เช่น ชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลยืนยันตัวตน จากนั้นผู้ให้บริการจะประเมินความสามารถในการชำระเงินของลูกค้าแบบอัตโนมัติ ก่อนอนุมัติวงเงินสำหรับการซื้อสินค้า
- ผู้ให้บริการ BNPL เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากร้าน ผู้ให้บริการจะหักค่าธรรมเนียมจากยอดขายของร้านค้า โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมจะอยู่ประมาณ 2% ถึง 8% ของมูลค่าธุรกรรม ซึ่งจะถูกหักก่อนโอนเงินให้ร้านค้า ลักษณะนี้คล้ายกับค่าธรรมเนียมที่ร้านค้าต้องจ่ายให้ผู้ให้บริการบัตรเครดิต
- ลูกค้าชำระเงินตามงวดที่กำหนด ลูกค้าจะชำระเงินเป็นงวดตามแผนที่กำหนด ผู้ให้บริการ BNPL ส่วนใหญ่เสนอการผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ย หากชำระครบภายในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 30 วัน แต่หากต้องการระยะเวลานานขึ้น อาจมีแผนการชำระเงินที่มีดอกเบี้ยในอัตราที่แตกต่างกัน ยิ่งชำระยอดคงค้างได้เร็วเท่าไร ต้นทุนดอกเบี้ยรวมก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น

ทำไม BNPL ถึงได้รับความนิยม?
เพราะผู้บริโภคได้รับประโยชน์หลายอย่างจากการใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง
BNPL ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ
BNPL ช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิตสามารถซื้อสินค้าได้ ทำให้ธุรกิจมีฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น บริการลักษณะนี้ให้ประโยชน์คล้ายกับบัตรเครดิตสำหรับผู้บริโภค แต่เหมาะกับการซื้อสินค้าราคาย่อมเยาหรือการซื้อสินค้าเป็นครั้ง ๆ มากกว่า
ลูกค้าสามารถจัดการการชำระเงินผ่านเว็บไซต์หรือแอปของผู้ให้บริการ BNPL ได้โดยตรง ขั้นตอนการชำระเงินที่ง่ายและรวดเร็วช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายให้ร้านค้า นอกจากนี้ ยังมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่หลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิต เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง ซึ่งบางตลาดมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยเกิน 20% ทำให้ BNPL กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีทั้งแผนการชำระเงินแบบไม่มีดอกเบี้ยและตัวเลือกการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น
ผู้ให้บริการ BNPL ส่วนใหญ่จะแสดงตัวเลือกนี้ในขั้นตอนชำระเงิน ลูกค้าสามารถเลือกชำระเงินเต็มจำนวนผ่านบริการ BNPL หรือแบ่งการชำระเงินร่วมกับวิธีชำระเงินอื่น เช่น บัตรเดบิต นอกจากนี้ ผู้ให้บริการหลายรายยังมีระบบประเมินคุณสมบัติของลูกค้าแบบอัตโนมัติเพื่อพิจารณาวงเงินก่อนอนุมัติการซื้อ
ความเสี่ยงต่ำ
โดยทั่วไป ผู้ให้บริการ BNPL จะเป็นผู้รับความเสี่ยงด้านการชำระเงิน หากเกิดกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถชำระเงินได้ ผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบ ในขณะที่ร้านค้ายังคงได้รับเงินค่าสินค้าเต็มจำนวน ดังนั้น ร้านค้าไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อเสนอทางเลือกซื้อก่อนจ่ายทีหลังให้ลูกค้า
เชื่อมต่อระบบได้ง่าย
ผู้ให้บริการ BNPL หลายรายมีเครื่องมือสำหรับเชื่อมต่อระบบที่ใช้งานได้ง่าย ทำให้ร้านค้าสามารถเพิ่มตัวเลือกการชำระเงินนี้ในหน้าชำระเงินได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องลงทุนด้านเทคนิคมากนัก ตัวอย่างเช่น Shop Pay Installments ที่สามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือธุรกิจของ Shopify ได้อย่างราบรื่น
ข้อดีของการรับชำระเงินแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง
ร้านค้าสามารถรับประโยชน์หลายอย่าง จากการเพิ่มตัวเลือกซื้อก่อนจ่ายทีหลังให้กับลูกค้า
เพิ่มมูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย
โดยสรุป BNPL ช่วยให้ลูกค้าซื้อสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถซื้อได้ หรือไม่ต้องการจ่ายทั้งหมดในครั้งเดียวโดยไม่ใช้บัตรเครดิต ซึ่งระบบนี้ช่วยให้สามารถซื้อสินค้าราคาสูงได้โดยกระจายต้นทุนตลอดเวลา
แนวทางนี้ทำให้ลูกค้ามีแนวโน้มเลือกสินค้าที่ราคาสูงกว่า อัปเกรดเป็นรุ่นพรีเมียม หรือเพิ่มอุปกรณ์เสริมและบริการเพิ่มเติม ส่งผลให้มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value หรือ AOV) ของร้านค้าเพิ่มขึ้น
ช่วยให้กระแสเงินสดดีขึ้น
การเสนอทางเลือกซื้อก่อนจ่ายทีหลังสามารถช่วยให้ร้านค้ามีความได้เปรียบในการแข่งขัน ในตลาดที่มีผู้ขายหลายรายนำเสนอสินค้าคล้ายกัน การมีตัวเลือกการชำระเงินที่ยืดหยุ่นสามารถช่วยให้ธุรกิจโดดเด่นจากคู่แข่งได้
ลูกค้าจำนวนมากยกเลิกการสั่งซื้อระหว่างขั้นตอนชำระเงิน เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงหรือความกังวลเรื่องความสามารถในการจ่าย ตัวเลือกซื้อก่อนจ่ายทีหลังช่วยลดการทิ้งตะกร้าสินค้าได้ เพราะทำให้โครงสร้างการชำระเงินจัดการได้ง่ายขึ้น
ในขณะที่ผู้ให้บริการ BNPL จะโอนเงินค่าสินค้าให้ร้านค้าล่วงหน้า ลูกค้าจะค่อย ๆ ชำระเงินเป็นงวดในภายหลัง โมเดลนี้ช่วยให้ร้านค้าได้รับเงินทันทีและสามารถบริหารกระแสเงินสดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในกรณีการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูง
เมื่อร้านค้ามีตัวเลือกการชำระเงินที่สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินของลูกค้า ก็มีโอกาสสร้างความภักดีต่อแบรนด์และกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำได้มากขึ้น
ดึงดูดลูกค้า Gen ใหม่
ผู้บริโภครุ่นใหม่มักเปิดรับการใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังมากกว่ากลุ่มอื่น จึงเป็นช่องทางที่ดีในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการชำระเงิน
นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาวยังมีแนวโน้มเปิดรับบริการทางการเงินรูปแบบใหม่มากกว่า มักมองหาทางเลือกนอกเหนือจากบัตรเครดิตแบบดั้งเดิม หรืออาจยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อรูปแบบเดิม
รวมลิสต์แอป “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” ยอดนิยม
ผู้ค้าปลีกจำนวนมากนิยมใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เนื่องจากมีข้อมูลแสดงให้เห็นว่าการเพิ่มตัวเลือกการชำระเงินรูปแบบนี้สามารถช่วยเพิ่มยอดขายโดยรวมได้ ด้วยความต้องการจากฝั่งร้านค้าและผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันจึงมีผู้ให้บริการ BNPL ให้เลือกใช้งานมากขึ้น โดยด้านล่างคือผู้ให้บริการที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย
1. Shop Pay Installment
แบรนด์ถุงเท้า Ondo เป็นหนึ่งในตัวอย่างร้านค้าที่ใช้ Shop Pay Installments เพื่อให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระค่าสินค้าได้โดยตรงบนเว็บไซต์ของแบรนด์
ปัจจุบัน Shop Pay Installments ยังไม่รองรับการเปิดใช้งานสำหรับร้านค้าในไทย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยที่จดทะเบียนธุรกิจหรือเปิดร้านค้าในประเทศที่รองรับ Shopify Payments เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา หรือสหราชอาณาจักร สามารถใช้บริการนี้ได้
Shopify มีบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังชื่อว่า Shop Pay Installments ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Affirm เพื่อช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก สามารถเสนอทางเลือกการผ่อนชำระให้ลูกค้าได้เหมือนกับร้านค้ารายใหญ่ การเพิ่มตัวเลือกนี้ในขั้นตอน checkout มักช่วยเพิ่มมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยและลดอัตราการทิ้งตะกร้าสินค้า
หากต้องการตรวจสอบว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่ ให้เข้าสู่ระบบ Shopify admin แล้วไปที่ Settings > Payments จากนั้นคลิก Manage ใต้หัวข้อ Shop Pay Installments หากร้านค้าของคุณมีสิทธิ์ใช้งาน ระบบจะแสดงตัวเลือกแพ็กเกจการผ่อนชำระให้ตรวจสอบ และสามารถเปิดใช้งานได้โดยเลือก Premium Package
ขั้นตอนเปิดใช้งาน Shop Pay Installments ในร้านค้า Shopify
- ไปที่ Shopify admin แล้วเลือก Settings > Payments
- ในส่วน Shopify Payments คลิก Manage
- ในส่วน Shop Pay ให้เลือก Shop Pay Installments แล้วกด Save
Shop Pay Installments ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Shopify POS ได้ ทำให้ร้านค้าสามารถเสนอการผ่อนชำระได้ทั้งบนร้านค้าออนไลน์และหน้าร้านจริง
ฟีเจอร์เด่น
- เชื่อมต่อกับร้านค้าออนไลน์และ Shopify POS ได้ครบทั้งออนไลน์และหน้าร้าน
- ไม่มีค่าธรรมเนียมการประมวลผลสำหรับการคืนสินค้าและการคืนเงิน
- ร้านค้าจะได้รับเงินจากคำสั่งซื้อภายในประมาณ 1–3 วันทำการ
ข้อดี
- ติดตั้งและใช้งานได้ง่ายสำหรับร้านค้าที่ใช้ Shopify
- ช่วยเพิ่มอัตราการปิดการขายและมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย
- สามารถเสนอการผ่อนชำระให้กับผู้ใช้งาน Shop Pay จำนวนมาก
ข้อเสีย
- ใช้งานได้เฉพาะร้านค้าที่ใช้ Shopify เท่านั้น
- ยังไม่รองรับการเปิดใช้งานสำหรับร้านในไทย
แพคเกจและราคา
Shop Pay Installments ไม่มีค่าติดตั้งระบบเพิ่มเติมสำหรับร้านค้า โดยค่าบริการจะถูกคิดจากธุรกรรมที่เกิดขึ้นผ่านตัวเลือกผ่อนชำระแทน อัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ Shopify Payments และเงื่อนไขของผู้ให้บริการ โดยค่าธรรมเนียมโดยรวมมักใกล้เคียงกับค่าธรรมเนียมการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตของแพลตฟอร์ม Shopify
2. Atome
หน้าชำระเงินของร้านออนไลน์ Konvy Thailand
Atome เป็นบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังที่ได้รับความนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย โดยช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถเสนอทางเลือกการผ่อนชำระให้กับลูกค้าได้โดยไม่ต้องพัฒนาโครงสร้างสินเชื่อเอง ลูกค้าสามารถเลือกแบ่งชำระค่าสินค้าเป็นงวดได้ในขั้นตอนชำระเงิน ทำให้การตัดสินใจซื้อทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับสินค้าที่มีราคาสูงหรือการซื้อแบบเร่งด่วน
บริการของ Atome ถูกใช้งานโดยร้านค้าออนไลน์และแบรนด์ค้าปลีกจำนวนมากในภูมิภาค โดยสามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหรือระบบชำระเงินของร้านค้าได้ผ่านการเชื่อมต่อ API หรือพันธมิตรด้านการชำระเงิน เมื่อร้านค้าเปิดใช้บริการ ลูกค้าจะเห็นตัวเลือก Atome ในหน้าชำระเงินและสามารถเลือกผ่อนชำระได้ทันที
โดยทั่วไป ลูกค้าที่ใช้ Atome จะสามารถแบ่งการชำระเงินออกเป็นงวดเท่า ๆ กันในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งมักเป็นแผนผ่อน 3 งวดแบบไม่มีดอกเบี้ย หากชำระเงินตรงตามกำหนด ผู้ให้บริการจะเป็นผู้จัดการกระบวนการเรียกเก็บเงินจากลูกค้า ขณะที่ร้านค้ายังคงได้รับเงินค่าสินค้าจากผู้ให้บริการตามเงื่อนไขที่กำหนด
ฟีเจอร์เด่น
- รองรับการชำระเงินแบบผ่อนชำระโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- สามารถใช้งานได้ทั้งบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซและแอปมือถือของร้านค้า
- มีระบบอนุมัติวงเงินและการจัดการการผ่อนชำระภายในแอป Atome
- ร้านค้าได้รับเงินค่าสินค้าตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
ข้อดี
- เพิ่มความยืดหยุ่นในการชำระเงินให้ลูกค้า
- ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายและมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย
- มีการใช้งานในหลายประเทศในเอเชีย ทำให้แบรนด์ที่ขายข้ามประเทศสามารถใช้ระบบเดียวกันได้
ข้อเสีย
- การใช้งานขึ้นอยู่กับร้านค้าที่รองรับ Atome
- การผ่อนชำระอาจมีค่าปรับหากชำระเงินล่าช้า
แพคเกจและราคา
Atome โดยทั่วไปไม่มีค่าธรรมเนียมติดตั้งสำหรับร้านค้า แต่จะคิดค่าธรรมเนียมต่อธุรกรรมในรูปแบบ Merchant Discount Rate (MDR) แทน โดยอัตราค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ปริมาณธุรกรรม และข้อตกลงกับผู้ให้บริการ โดยในตลาด BNPL ค่าธรรมเนียมลักษณะนี้มักอยู่ในช่วงประมาณ 3%–7% ของมูลค่าธุรกรรม
3. SPayLater
SPayLater เป็นบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังของ Shopee ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าในแพลตฟอร์ม Shopee ได้ทันที แล้วเลือกชำระเงินภายหลังแบบเต็มจำนวนหรือแบ่งชำระเป็นงวด บริการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการชำระเงินให้กับผู้ซื้อ และช่วยให้ร้านค้าบน Shopee เพิ่มโอกาสในการปิดการขาย
SPayLater ถูกผสานเข้ากับระบบของ Shopee โดยตรง ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้บริการได้ทันทีในขั้นตอนชำระเงินโดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มเติม ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ใช้งานสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามปกติ จากนั้นเลือก SPayLater เป็นวิธีชำระเงิน และเลือกรูปแบบการชำระเงินที่ต้องการ
โดยทั่วไป ผู้ใช้สามารถเลือกชำระเต็มจำนวนในเดือนถัดไป หรือแบ่งชำระเป็นงวดรายเดือนตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน ทั้งนี้ วงเงินและเงื่อนไขการผ่อนชำระจะขึ้นอยู่กับการประเมินของระบบและประวัติการใช้งานของผู้ใช้ในแพลตฟอร์ม Shopee
ฟีเจอร์เด่น
- ผสานการใช้งานเข้ากับแพลตฟอร์มโดยตรง
- สามารถเลือกชำระเงินเดือนถัดไปหรือผ่อนชำระหลายงวด
- มีระบบอนุมัติวงเงินอัตโนมัติภายในแอป Shopee
- ผู้ขายได้รับเงินจากระบบ Shopee ตามขั้นตอนการชำระเงินของแพลตฟอร์ม
ข้อดี
- ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายให้ร้านค้าใน Shopee
- ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นได้ง่ายขึ้น
- ใช้งานง่ายเพราะอยู่ภายในแอป Shopee ที่ลูกค้าใช้งานอยู่แล้ว
ข้อเสีย
- ใช้ได้เฉพาะการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม Shopee
- ผู้ใช้ต้องได้รับสิทธิ์ใช้งานจากระบบก่อนจึงจะสามารถใช้บริการได้
แพคเกจและราคา
SPayLater โดยทั่วไปไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการชำระเต็มจำนวนในเดือนถัดไป แต่หากเลือกผ่อนชำระหลายงวด อาจมีค่าธรรมเนียมการผ่อนหรือดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ ซึ่งมักอยู่ในช่วงประมาณ 0%–15% ต่อปี ขึ้นอยู่กับแผนการชำระเงิน ระยะเวลาการผ่อน และโปรโมชั่นที่ Shopee กำหนดในช่วงเวลานั้น
4. LazPayLater
LazPayLater เป็นบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังของ Lazada ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อสินค้าในแพลตฟอร์ม Lazada ได้ทันที แล้วชำระเงินภายหลังแบบเต็มจำนวนหรือแบ่งชำระเป็นงวด บริการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการชำระเงินให้กับผู้ซื้อ และช่วยให้ร้านค้าบน Lazada เพิ่มโอกาสในการปิดการขาย
LazPayLater ถูกผสานเข้ากับระบบของ Lazada โดยตรง ผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิ์สามารถเลือก LazPayLater เป็นวิธีชำระเงินได้ในขั้นตอน checkout โดยไม่ต้องติดตั้งบริการเพิ่มเติม ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามปกติ จากนั้นเลือก LazPayLater และเลือกรูปแบบการชำระเงินที่ต้องการ
โดยทั่วไป ผู้ใช้สามารถเลือกชำระเงินเต็มจำนวนในเดือนถัดไป หรือเลือกผ่อนชำระเป็นงวดตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน ทั้งนี้ วงเงินและตัวเลือกการผ่อนชำระจะขึ้นอยู่กับการประเมินของระบบและประวัติการใช้งานของผู้ใช้ในแพลตฟอร์ม Lazada
ฟีเจอร์เด่น
- ผสานการใช้งานเข้ากับแพลตฟอร์ม Lazada โดยตรง
- สามารถเลือกชำระเดือนถัดไปหรือผ่อนชำระหลายงวด
- มีระบบประเมินวงเงินและอนุมัติภายในแอป Lazada
- ร้านค้าได้รับเงินจากระบบ Lazada ตามขั้นตอนการชำระเงินของแพลตฟอร์ม
ข้อดี:
- ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายให้ร้านค้าใน Lazada
- ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นได้ง่ายขึ้น
- ใช้งานง่ายเพราะอยู่ภายในแพลตฟอร์ม Lazada
ข้อเสีย:
- ใช้ได้เฉพาะการซื้อสินค้าบน Lazada
- ผู้ใช้ต้องได้รับสิทธิ์ใช้งานจากระบบก่อนจึงจะสามารถใช้บริการได้
แพคเกจและราคา
LazPayLater โดยทั่วไปไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการชำระเต็มจำนวนในเดือนถัดไป แต่หากเลือกผ่อนชำระหลายงวด อาจมีดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมการผ่อนตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ โดยอัตราดอกเบี้ยอาจแตกต่างกันไปตามระยะเวลาการผ่อนและโปรโมชั่นของแพลตฟอร์ม ซึ่งในบางแผนอาจอยู่ในช่วงประมาณ 0%–15% ต่อปี
5. PayLater
หน้าเว็บไซต์สำหรับสมัครสมาชิก PayLater by Grab
PayLater by Grab เป็นบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังภายในแอป Grab ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ก่อน แล้วค่อยชำระเงินภายหลังในภายหลัง บริการนี้สามารถใช้กับบริการหลายประเภทในระบบ Grab เช่น การสั่งอาหาร การเดินทาง หรือบริการอื่น ๆ ภายในแอป
โดยทั่วไป ผู้ใช้สามารถรวมยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมดในรอบบิล แล้วชำระในเดือนถัดไป หรือเลือกแบ่งชำระเป็นงวดรายเดือน ทั้งนี้ วงเงินที่ได้รับและตัวเลือกการผ่อนชำระจะขึ้นอยู่กับการประเมินของระบบและประวัติการใช้งานของผู้ใช้ในแอป Grab
ฟีเจอร์เด่น
- ผสานการใช้งานกับแอป Grab โดยตรง
- สามารถใช้ชำระค่าอาหาร การเดินทาง และบริการต่าง ๆ ในแอป
- มีระบบอนุมัติวงเงินอัตโนมัติภายในแอป Grab
- สามารถเลือกชำระเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระเป็นงวดได้
ข้อดี
- เพิ่มความยืดหยุ่นในการชำระเงินสำหรับบริการในชีวิตประจำวัน
- ใช้งานสะดวกเพราะอยู่ในแอป Grab ที่ผู้ใช้คุ้นเคย
- ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ง่ายขึ้น
ข้อเสีย
- ใช้ได้เฉพาะบริการหรือร้านค้าที่รองรับภายในระบบ Grab
- ผู้ใช้ต้องได้รับสิทธิ์จากระบบก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้
แพคเกจและราคา
PayLater by Grab ในบางการเชื่อมต่อผ่านเพย์เมนท์เกตเวย์ค่าบริการอาจอยู่ราว 6% ของมูลค่าการสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม อัตราจริงอาจแตกต่างกันไปตามระบบรับชำระเงินที่ใช้และเงื่อนไขทางธุรกิจของร้านค้า
6. Pay Next
Pay Next ถูกผสานการทำงานเข้ากับแอป TrueMoney Wallet โดยตรง ผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิ์สามารถเลือกใช้ Pay Next เป็นวิธีชำระเงินได้ในขั้นตอนเช็คเอาท์ของร้านค้าที่รองรับ รวมถึงบริการออนไลน์และร้านค้าที่รับชำระผ่าน TrueMoney Wallet ลูกค้าสามารถเลือกชำระเต็มจำนวนในรอบบิลถัดไป หรือเลือกผ่อนชำระเป็นงวดตามระยะเวลาที่กำหนด
โดยทั่วไป วงเงินและเงื่อนไขการใช้งานจะขึ้นอยู่กับการประเมินของระบบ รวมถึงประวัติการใช้งานและพฤติกรรมการทำธุรกรรมของผู้ใช้ในระบบ TrueMoney Wallet เมื่อทำรายการซื้อ ผู้ให้บริการจะจัดการกระบวนการเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้ตามแผนการชำระเงินที่เลือก
ฟีเจอร์เด่น
- ผสานการใช้งานกับ TrueMoney Wallet โดยตรง
- รองรับการชำระเงินกับร้านค้าออนไลน์และออฟไลน์ที่รับ TrueMoney Wallet
- มีระบบอนุมัติวงเงินและการจัดการการผ่อนชำระภายในแอป
- รองรับการชำระเงินแบบเต็มจำนวนหรือแบ่งชำระหลายงวด
ข้อดี
- ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการชำระเงินสำหรับผู้ใช้ TrueMoney Wallet
- ช่วยให้ร้านค้าที่รับ TrueMoney Wallet มีตัวเลือกการชำระเงินเพิ่มขึ้น
- เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงผู้ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลในไทย
ข้อเสีย
- ต้องใช้ผ่านแอป TrueMoney Wallet เท่านั้น
- ผู้ใช้ต้องได้รับสิทธิ์ใช้งานจากระบบก่อนจึงจะสามารถใช้บริการได้
แพคเกจและราคา
Pay Next มักไม่ต้องติดตั้งระบบเพิ่มเติมสำหรับร้านค้าที่รับชำระเงินผ่าน TrueMoney Wallet อยู่แล้ว เนื่องจากบริการถูกผสานเข้ากับระบบชำระเงินของ TrueMoney โดยตรง สำหรับค่าธรรมเนียม ร้านค้ามักถูกคิดค่าธรรมเนียมต่อธุรกรรมในลักษณะ Merchant Discount Rate (MDR) ซึ่งโดยทั่วไปการชำระเงินผ่าน TrueMoney Wallet จะอยู่ประมาณ 2%–3.65% ขณะที่ธุรกรรมผ่าน Pay Next ซึ่งเป็นบริการผ่อนชำระอาจอยู่ในช่วงประมาณ 4%–6% ของมูลค่าธุรกรรม ทั้งนี้อัตราจริงจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับผู้ให้บริการและประเภทธุรกิจ
7. K PAY LATER
K PAY LATER สามารถใช้กับร้านค้าที่รองรับการชำระเงินผ่านระบบของธนาคารกสิกรไทยหรือพันธมิตรด้านการชำระเงิน ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ใช้งานสามารถเลือกบริการนี้ในขั้นตอนชำระเงิน จากนั้นเลือกชำระเต็มจำนวนในรอบบิลถัดไป หรือเลือกผ่อนชำระเป็นงวดตามระยะเวลาที่กำหนด
โดยทั่วไป วงเงินที่ได้รับและเงื่อนไขการผ่อนชำระจะขึ้นอยู่กับการประเมินของธนาคาร รวมถึงประวัติทางการเงินและการใช้งานของลูกค้าในระบบ K PLUS เมื่อทำรายการซื้อ ผู้ให้บริการจะจัดการกระบวนการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าตามแผนการชำระเงินที่เลือก
ฟีเจอร์เด่น
- พัฒนาโดยธนาคารกสิกรไทยและเชื่อมต่อกับระบบ K PLUS
- รองรับการชำระเงินทั้งออนไลน์และออฟไลน์ผ่านเครือข่ายพันธมิตร
- มีระบบประเมินวงเงินและอนุมัติสินเชื่อภายในแอป
- สามารถเลือกชำระเต็มจำนวนหรือผ่อนชำระหลายงวด
ข้อดี
- เพิ่มตัวเลือกการชำระเงินให้ร้านค้าที่รับระบบของธนาคารกสิกรไทย
- ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
- มีความน่าเชื่อถือจากการให้บริการโดยธนาคาร
ข้อเสีย
- ต้องใช้ผ่านแอป K PLUS และต้องได้รับการอนุมัติวงเงินจากธนาคารก่อน
- การใช้งานขึ้นอยู่กับร้านค้าที่รองรับระบบชำระเงินของธนาคาร
แพคเกจและราคา
K PAY LATER ไม่มีโครงสร้างค่าธรรมเนียม BNPL แยกเฉพาะสำหรับร้านค้าโดยตรง เนื่องจากเป็นบริการสินเชื่อที่ผูกกับระบบชำระเงินของธนาคารกสิกรไทย ร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านระบบของธนาคารหรือพันธมิตรด้านการชำระเงินสามารถรองรับ K PAY LATER ได้ภายใต้โครงสร้างค่าธรรมเนียมของระบบรับชำระเงินนั้น โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมสำหรับร้านค้าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าธรรมเนียมรับบัตรหรือระบบชำระเงินของธนาคาร และอัตราที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างร้านค้า ผู้ให้บริการระบบรับชำระเงิน และธนาคาร
6 เรื่องต้องเช็กก่อนเลือกผู้ให้บริการ BNPL
ถ้าคุณกำลังคิดจะเพิ่มตัวเลือกซื้อก่อนจ่ายทีหลังในร้านค้า การเลือกผู้ให้บริการไม่ใช่แค่ดูว่าใครดังที่สุด แต่ต้องดูว่าระบบนั้นเข้ากับธุรกิจของคุณจริงหรือไม่ ลองดูปัจจัยสำคัญเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ
- เชื่อมต่อกับระบบร้านค้าได้ง่ายแค่ไหน ผู้ให้บริการที่ดีควรเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหรือระบบรับชำระเงินของร้านค้าได้แบบไม่ยุ่งยาก เพื่อให้ตัวเลือกผ่อนชำระแสดงขึ้นมาในหน้าเช็คเอาท์ได้ทันที ยิ่งติดตั้งง่าย ทีมงานก็ยิ่งเริ่มใช้งานได้เร็ว
- วงเงินที่ลูกค้าใช้ได้ แต่ละบริการจะกำหนดวงเงินและมูลค่าการสั่งซื้อขั้นต่ำต่างกัน หากวงเงินต่ำเกินไป ลูกค้าอาจไม่สามารถใช้ BNPL เพื่อซื้อสินค้าของคุณได้ แต่ถ้าสินค้าของร้านมีราคาต่ำมาก บางผู้ให้บริการก็อาจไม่รองรับคำสั่งซื้อขนาดเล็ก
- ร้านค้าได้เงินเร็วแค่ไหน แม้ลูกค้าจะผ่อนชำระเป็นงวด แต่โดยทั่วไปผู้ให้บริการ BNPL จะโอนเงินเต็มจำนวนให้ร้านค้าก่อน ระยะเวลาการโอนเงินจึงสำคัญ เพราะยิ่งได้เงินเร็ว ธุรกิจก็ยิ่งจัดการกระแสเงินสดได้ง่าย
- ประสบการณ์ใช้งานของลูกค้า ขั้นตอนการผ่อนชำระควรเข้าใจง่าย เงื่อนไขต้องชัดเจน และระบบต้องทำงานได้ลื่นไหล เพราะถ้าลูกค้าสับสนในขั้นตอนเช็คเอ้าท์ โอกาสที่คำสั่งซื้อจะหลุดก็สูงขึ้น
- ความยืดหยุ่นของตัวเลือกการผ่อน ผู้ให้บริการแต่ละรายมีแผนการชำระเงินต่างกัน เช่น จ่ายเดือนถัดไป ผ่อน 3 เดือน หรือ 6 เดือน การมีตัวเลือกที่หลากหลายช่วยให้ลูกค้าเลือกแผนที่เหมาะกับงบประมาณของตัวเองได้ง่ายขึ้น
- ข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์ ผู้ให้บริการบางรายมีแดชบอร์ดหรือรายงานที่ช่วยให้ร้านค้าดูได้ว่ายอดขายผ่าน BNPL เป็นอย่างไร ลูกค้าใช้ตัวเลือกผ่อนชำระมากแค่ไหน และส่งผลต่อยอดขายโดยรวมอย่างไร ข้อมูลพวกนี้ช่วยให้คุณปรับกลยุทธ์การขายได้แม่นขึ้นในระยะยาว
โปรโมต BNPL ยังไงให้ลูกค้าซื้อเพิ่ม
ผู้ให้บริการ BNPL หลายรายมีเครื่องมือหรือสื่อการตลาดที่ช่วยให้ร้านค้านำบริการผ่อนชำระไปโปรโมตได้ง่ายขึ้น เช่น ชุดสื่อแบรนด์ ข้อความที่ใช้สื่อสารกับลูกค้า หรือแนวทางการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการผ่อนชำระเป็นไปอย่างชัดเจนและโปร่งใส
เพิ่มแบนเนอร์บนเว็บไซต์ร้านค้า
วิธีที่ง่ายและได้ผลคือการประกาศตัวเลือก BNPL บนเว็บไซต์ของคุณ เช่น เพิ่มแบนเนอร์ที่อธิบายว่าลูกค้าสามารถแบ่งจ่ายค่าสินค้าได้ แทนที่จะต้องจ่ายเต็มจำนวนในครั้งเดียว
คุณสามารถวางแบนเนอร์ไว้ในตำแหน่งที่ลูกค้ามองเห็นได้ง่าย เช่น หน้าแรกของเว็บไซต์ หน้าสินค้า หรือหน้าตะกร้าสินค้า โดยแบนเนอร์ควรสื่อสารประโยชน์หลักของบริการ เช่น การแบ่งจ่ายรายเดือนหรือการผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ย และอาจเพิ่มลิงก์ไปยังหน้าคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เพื่ออธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน BNPL ให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย
ตัวอย่างเช่น บางแบรนด์อาจแสดงข้อความในหน้าเว็บไซต์ว่า ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน แทนการจ่ายเงินเต็มจำนวนในครั้งเดียว ซึ่งช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าการตัดสินใจซื้อทำได้ง่ายขึ้น
ใส่ BNPL ในอีเมลมาร์เก็ตติ้ง
อีกวิธีที่ได้ผลคือการใช้อีเมลการตลาดเพื่อบอกลูกค้าว่าร้านของคุณมีตัวเลือกซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ตัวอย่างเช่น หากคุณใช้ Shop Pay Installments คุณสามารถโปรโมตบริการนี้ผ่านอีเมลการตลาดและสื่อโฆษณาแบบชำระเงินได้ โดยสามารถใช้เทมเพลต Shopify Messaging ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะใช้งานได้หากคุณติดตั้งแอป Shopify Messaging บนเว็บไซต์ของคุณ
เพิ่มป้ายโปรโมตที่หน้าร้าน
ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ในจุดสำคัญภายในร้านเพื่อเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับ BNPL ในระหว่างที่ลูกค้าเดินดูสินค้า คุณอาจวางป้ายไว้ที่ทางเข้าร้าน บริเวณแคชเชียร์ ใกล้สินค้าราคาสูง ข้างสินค้าขายดี หรือในห้องลองสินค้า
Shop Pay Installments ยังมีไฟล์ป้ายสำเร็จรูปให้ดาวน์โหลด เช่น ป้ายขนาด 8 × 10 นิ้ว การ์ดตั้งโต๊ะขนาด 6 × 6 นิ้ว และโปสการ์ดขนาด 4 × 6 นิ้ว ทำให้ร้านค้าไม่จำเป็นต้องออกแบบสื่อโปรโมตเอง
รับโปสการ์ดสำหรับแจกลูกค้าในร้านที่คุณสามารถใช้โปรโมต Shop Pay Installments ได้
ร่วมมือกับผู้ให้บริการ BNPL
ผู้ให้บริการ BNPL บางรายมีช่องทางการตลาดและการกระจายสินค้าเพิ่มเติมที่ร้านค้าสามารถใช้ประโยชน์ได้ ตัวอย่างเช่น แอป Shop สามารถแสดงสินค้าของร้านค้าให้ผู้ซื้อเห็น ทำให้ลูกค้าทราบได้อย่างรวดเร็วว่าร้านค้าใดรองรับการชำระเงินแบบ BNPL วิธีนี้ช่วยให้ร้านค้าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และเพิ่มช่องทางการขายได้
ทางเลือกอื่นๆ ที่ใช้แทน BNPL ได้
BNPL อาจไม่เหมาะกับร้านค้าทุกราย ต่อไปนี้คือทางเลือกอื่นที่ทั้งธุรกิจและผู้ซื้อสามารถพิจารณาได้
- ผ่อนหมดแล้วค่อยรับของ: หากธุรกิจของคุณสามารถจัดการได้ คุณยังสามารถเสนอระบบ layaway ได้ ในรูปแบบนี้ ลูกค้าจะต้องผ่อนชำระเงินให้ครบก่อนจึงจะได้รับสินค้า
- สินเชื่อส่วนบุคคล: หากลูกค้าไม่สามารถจ่ายค่าสินค้าได้ และตัวเลือกอย่าง BNPL หรือบัตรเครดิตไม่เหมาะสม ลูกค้าอาจเลือกใช้สินเชื่อส่วนบุคคลแทน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ควรขึ้นอยู่กับลูกค้า ไม่ใช่สิ่งที่ร้านค้าต้องแนะนำโดยตรง
- สิทธิประโยชน์จากโปรแกรมสมาชิก: หากร้านค้าของคุณมีโปรแกรมสะสมคะแนนสำหรับลูกค้า คุณสามารถใช้โปรแกรมนี้เพื่อจูงใจการซื้อ เช่น การให้ส่วนลดเพิ่มเติม หรือเปิดโอกาสให้ลูกค้าใช้คะแนนสะสมแทนการชำระเงินบางส่วน
- การตั้งราคาตามรายได้ของลูกค้า: บางธุรกิจใช้ระบบกำหนดราคาตามรายได้ของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าจ่ายในระดับที่เหมาะสมกับกำลังของตนเอง แนวทางนี้ต้องอาศัยความไว้วางใจระหว่างธุรกิจและลูกค้า และต้องจัดการอย่างระมัดระวัง
- บัตรเครดิตของร้าน: ผู้ค้าปลีกรายใหญ่หลายแห่งมีบัตรเครดิตแบรนด์ของตัวเอง แม้ว่าวิธีนี้อาจไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กในช่วงเริ่มต้น แต่ก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง
BNPL หมายถึงอะไร
BNPL ย่อมาจาก Buy Now, Pay Later หรือซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เป็นรูปแบบการชำระเงินที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ทันที แล้วค่อยชำระเงินภายหลังภายในระยะเวลาที่กำหนด ระบบลักษณะนี้พบได้บ่อยในร้านค้าออนไลน์ และมีแนวคิดคล้ายกับระบบ layaway
จะตั้งค่าระบบซื้อก่อนจ่ายทีหลังได้ยังไงบ้าง
หากต้องการเพิ่มตัวเลือกซื้อก่อนจ่ายทีหลังให้ธุรกิจของคุณ ขั้นแรกควรค้นหาแพลตฟอร์ม BNPL ที่สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและระบบรับชำระเงินที่คุณใช้อยู่ จากนั้นเปรียบเทียบราคา เงื่อนไข และฟีเจอร์ของแต่ละผู้ให้บริการ เพื่อเลือกตัวเลือกที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด
การทำงานของระบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง มีลักษณะยังไง
ในระบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ลูกค้าจะเลือกตัวเลือก BNPL ในขั้นตอนชำระเงิน จากนั้นระบบจะออกใบแจ้งชำระเงินหรือกำหนดวันครบกำหนดชำระ ลูกค้าต้องชำระเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นอาจมีค่าปรับสำหรับการชำระเงินล่าช้า
ผู้ให้บริการ BNPL ทำเงินจากระบบนี้ยังไง
บริการ BNPL มักสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากร้านค้าและผู้ขายเมื่อมีการทำธุรกรรม โดยค่าธรรมเนียมมักเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการซื้อ และอาจมีค่าธรรมเนียมคงที่เพิ่มเติม นอกจากนี้ ผู้ให้บริการบางรายยังมีรายได้จากดอกเบี้ยและค่าปรับสำหรับการชำระเงินล่าช้า
เว็บไซต์หรือบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังยอดนิยม มีเจ้าไหนบ้าง
- Shop Pay Installment
- Atome
- SPayLater
- LazPayLater
- PayLater by Grab
- Pay Next
- K PAY LATER
ข้อควรระวังของการใช้ซื้อก่อนจ่ายทีหลังคืออะไร
หากคุณสามารถชำระเงินเต็มจำนวนได้ก่อนสิ้นสุดช่วงปลอดดอกเบี้ย และไม่มีภาระหนี้อื่น ๆ การใช้ BNPL อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หากมีหนี้อื่นอยู่แล้ว หรือไม่สามารถชำระเงินได้ทันก่อนหมดช่วงปลอดดอกเบี้ย การใช้ BNPL อาจทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มขึ้น แม้ว่าการตรวจสอบเครดิตแบบซอฟท์เครดิตเช็กจะไม่ส่งผลต่อคะแนนเครดิตโดยตรง แต่ปัจจุบันสินเชื่อ BNPL บางประเภทก็อาจแสดงในรายงานเครดิตของผู้ใช้ได้
*สถิติเหล่านี้อ้างอิงจากข้อมูลภายในของ Shopify โดยกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยร้านค้า 281 รายที่ใช้ Shop Pay Installments ภายใต้แพ็กเกจทางการเงินที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ผลลัพธ์ของแต่ละธุรกิจอาจแตกต่างกันไป


