พฤติกรรมการซื้อแบบ B2B กำลังเปลี่ยนไป ผู้ซื้อ B2B ในปัจจุบัน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียล) ต้องการจัดการออเดอร์และบัญชีของตนเองผ่านระบบออนไลน์ และคาดหวังประสบการณ์การสั่งซื้อที่ใกล้เคียงกับการช้อปปิ้งออนไลน์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งผลการศึกษาล่าสุดจาก TrustRadius ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มนี้อย่างชัดเจน โดยผู้ซื้อ B2B ถึง 100% ต้องการมีตัวเลือกในการจัดการขั้นตอนการสั่งซื้อทั้งหมดหรือบางส่วนด้วยตัวเองผ่านออนไลน์ สำหรับธุรกิจ B2B การปรับประสบการณ์การซื้อให้สอดคล้องกับความคาดหวังเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ยังคงแข่งขันได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
Shopify รองรับประสบการณ์สั่งซื้อแบบจัดการเองผ่านระบบบัญชีลูกค้า และใน Shopify Winter ’25 Edition ได้มีการเปิดตัว Customer Account Extensions ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายความสามารถของบัญชีลูกค้า B2B ได้มากขึ้น Customer Account Extensions เปิดโอกาสให้ธุรกิจเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในบัญชีลูกค้า ผ่านแอปจาก Shopify App Store หรือแอปที่พัฒนาขึ้นเองสำหรับร้านค้าโดยเฉพาะ แอปเหล่านี้ช่วยให้ผู้ซื้อ B2B สามารถจัดการขั้นตอนการสั่งซื้อได้ด้วยตัวเองมากขึ้น เช่น ตรวจสอบออเดอร์ จัดการบัญชี หรือทำรายการต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องติดต่อทีมบริการลูกค้าหรือทีมขาย ช่วยประหยัดเวลาและลดภาระงานที่เกี่ยวข้องกับออเดอร์ได้อย่างมาก
ทำความเข้าใจบัญชีลูกค้า B2B
บัญชีลูกค้า B2B คืออะไร
บัญชีลูกค้าเป็นฟีเจอร์พื้นฐานของระบบ B2B บน Shopify และมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจ B2B ในสองด้านหลัก
- ให้ผู้ซื้อเข้าสู่ระบบก่อนเข้าถึงข้อมูลเฉพาะของ B2B ผู้ซื้อจำเป็นต้องล็อกอินก่อนจึงจะเห็นข้อมูลที่ออกแบบมาสำหรับลูกค้า B2B เช่น สินค้า ราคาขายส่ง หรือเงื่อนไขการซื้อเฉพาะลูกค้า ทำให้มั่นใจได้ว่ามีเฉพาะผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิ์เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อเสนอแบบขายส่งได้
- ให้ผู้ซื้อดูประวัติออเดอร์และข้อมูลบัญชีได้ตลอดเวลา ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบออเดอร์ย้อนหลัง คัดลอกออเดอร์เดิมเพื่อสั่งซื้อซ้ำ และดูข้อมูลบัญชีของตนเองได้ทุกเมื่อ
เมื่อผู้ซื้อเข้าสู่ระบบแล้ว ก็สามารถไปยังหน้าร้านเพื่อเลือกดูสินค้าและทำออเดอร์ได้ทันที
ทำไมบัญชีลูกค้า B2B ถึงสำคัญ
ความต้องการระบบที่ลูกค้าจัดการออเดอร์เองกำลังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และบัญชีลูกค้าช่วยให้การสั่งซื้อแบบ self-serve บน Shopify ทำได้ง่ายขึ้นมาก ซึ่งผู้ซื้อ B2B มักต้องการจัดการออเดอร์ ใบแจ้งหนี้ การชำระเงิน และข้อมูลบัญชีของตัวเองได้โดยตรง โดยไม่ต้องรอทีมขายหรือทีมบริการลูกค้าตอบกลับ ซึ่งบางครั้งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน และเมื่อผู้ซื้อสามารถจัดการออเดอร์เองได้ ทีมขายก็สามารถใช้เวลาไปกับงานที่สร้างมูลค่ามากกว่า เช่น การให้คำแนะนำสินค้า การพูดคุยเรื่องแนวโน้มตลาด หรือการวางกลยุทธ์ร่วมกับลูกค้า
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจต้องทำให้การสั่งซื้อออนไลน์ไม่ใช่แค่ตัวเลือกหนึ่ง แต่เป็น “ตัวเลือกที่ดีที่สุด” สำหรับผู้ซื้อด้วย โดยผลสำรวจจาก Gartner พบว่า 83% ของผู้ซื้อ B2B ต้องการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยตัวเอง แต่จะไม่ใช้ระบบที่ทำให้ขั้นตอนการสั่งซื้อยุ่งยากขึ้น นั่นหมายความว่า ความง่ายในการใช้งานและคุณค่าของระบบเป็นปัจจัยสำคัญ หากผู้ซื้อรู้สึกว่าระบบใหม่ใช้งานยาก หรือไม่มีฟีเจอร์ที่ต้องการ พวกเขามักจะกลับไปใช้วิธีสั่งซื้อแบบเดิมที่คุ้นเคย
นอกจากนี้ ความถี่ในการสั่งซื้อในธุรกิจ B2B ยังสูงกว่าการขายตรงถึงผู้บริโภค (DTC) อย่างมาก โดยผลสำรวจจาก Forrester ระบุว่ากว่า 50% ของผู้ซื้อ B2B สั่งซื้อสินค้าอย่างน้อยวันละครั้งและ 32% สั่งซื้อหลายครั้งต่อวัน ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อ B2B จึงใช้งานบัญชีลูกค้าบ่อยมาก เพราะต้องล็อกอินเพื่อสั่งซื้อและเข้าถึงข้อมูลบัญชี หากประสบการณ์ใช้งานมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะถูกสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วและส่งผลต่อประสบการณ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก
หลังการอัปเดต บัญชีลูกค้า B2B เปลี่ยนไปยังไงบ้าง
Shopify รองรับการใช้งาน B2B ส่วนใหญ่ผ่านฟีเจอร์ที่มีมาให้ในระบบบัญชีลูกค้าอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ความต้องการเฉพาะบางอย่างของธุรกิจยังไม่สามารถทำได้ด้วยฟีเจอร์มาตรฐาน และในอดีตตัวเลือกในการปรับแต่งระบบมีค่อนข้างจำกัด
ตอนนี้ธุรกิจสามารถสร้างประสบการณ์บัญชีลูกค้า B2B ที่ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อได้มากขึ้น ช่วยลดการทำงานแบบ manual นอกแพลตฟอร์ม และลดการพึ่งพาระบบหลายตัวเพื่อจัดการกระบวนการเดียวกัน
รู้จัก Customer Account Extensions และความสามารถในช่วยปรับบัญชีลูกค้า B2B
Customer Account Extensions ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับแต่งบัญชีลูกค้า B2B ได้ผ่านแอป ทำให้ผู้ซื้อเข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการจัดการออเดอร์ด้วยตัวเองได้ครบในที่เดียว และด้วยแอปเหล่านี้ ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในบัญชีลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใน 3 ส่วนสำคัญของระบบบัญชีลูกค้า ได้แก่
- หน้าออเดอร์
- หน้าสถานะออเดอร์
- หน้าโปรไฟล์
นอกจากนี้ แอปที่ใช้ Customer Account Extensions ยังสามารถสร้างหน้าใหม่เพิ่มเติมภายในระบบบัญชีลูกค้า เพื่อรองรับเวิร์กโฟลว์ B2B ที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ เช่น ขั้นตอนการสั่งซื้อหรือการจัดการบัญชีที่เฉพาะสำหรับธุรกิจแต่ละประเภท

ตัวอย่างเช่น แอป O: Request a Quote | Hide Price ช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มหน้าใหม่ในระบบบัญชีลูกค้าได้ โดยออกแบบมาเฉพาะสำหรับการจัดการ ใบเสนอราคาบนหน้านี้ ผู้ซื้อสามารถแยกความแตกต่างระหว่างออเดอร์และใบเสนอราคาได้อย่างชัดเจน และสามารถส่งคำขอใบเสนอราคาออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง
แอปจากผู้พัฒนาภายนอกที่ใช้ Customer Account Extensions
ในช่วงเปิดตัว Customer Account Extensions ทาง Shopify ได้ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์หลายราย เพื่อให้แอปของพวกเขาสามารถใช้งานร่วมกับระบบนี้ได้ทันที ด้านล่างคือตัวอย่างแอปสำหรับธุรกิจ B2B ที่ใช้ Customer Account Extensions
O: Request a Quote | Hide Price

เปิดให้ผู้ซื้อสามารถขอใบเสนอราคาและต่อรองราคาออนไลน์ได้อย่างสะดวก ช่วยให้ขั้นตอนการขอใบเสนอราคาง่ายขึ้น และรวมกระบวนการทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มคอมเมิร์ซเดียว
Sufio
ให้ผู้ซื้อสามารถเลือกดูใบแจ้งหนี้หรือดาวน์โหลดใบแจ้งหนี้ สำหรับออเดอร์ของตนได้โดยตรงภายในบัญชีลูกค้า

ตัวเลือก "ดูใบแจ้งหนี้" จะนำผู้ซื้อไปยังเวอร์ชันออนไลน์ของใบแจ้งหนี้เพื่อดาวน์โหลดหรือพิมพ์ ตัวเลือก "ดาวน์โหลดใบแจ้งหนี้" ให้พวกเขาดาวน์โหลดเวอร์ชัน PDF ได้ทันที ลิงก์การดำเนินการออเดอร์สามารถแปลเป็นหนึ่งใน 7 ภาษาที่รองรับ ตามสถานที่ของผู้ซื้อ
Upro
ช่วยให้การสั่งซื้อแบบจำนวนมากทำได้เร็วขึ้น ด้วยการเปิดให้ผู้ซื้ออัปโหลดตะกร้าสินค้าผ่านไฟล์ CSV ผู้ซื้อสามารถส่งออกแคตตาล็อกสินค้าที่ได้รับสิทธิ์เพื่อดูรายการสินค้าและจำนวนที่มีอยู่ จากนั้นแก้ไขไฟล์สเปรดชีตโดยใส่ SKU และจำนวนสินค้าที่ต้องการ ก่อนอัปโหลดไฟล์ CSV เพื่อสร้างตะกร้าสินค้าในบัญชีลูกค้าได้ทันที

On the Business Portal
เปิดให้ผู้ซื้อสามารถสลับเลือกสาขาหรือที่ตั้งของบริษัทที่กำลังทำการสั่งซื้อแทนได้ภายในบัญชีลูกค้า ผู้ซื้อยังสามารถ สร้างตะกร้าสินค้าได้โดยตรงจากบัญชีลูกค้า โดยไม่ต้องออกไปยังหน้าร้านค้า
และยังไม่หมดแค่นี้! เพราะคุณสามารถค้นหาแอปเพิ่มเติมจากผู้พัฒนาภายนอกได้ใน Customer Account Extensions App ไกด์ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้
App Guides จะแสดงตัวอย่างการใช้งานที่พบได้บ่อย ซึ่งสามารถใช้งานได้ทันทีเพียงติดตั้งแอปจาก Shopify App Store นอกจากนี้ พาร์ตเนอร์ของ Shopify ยังเตรียมเปิดตัวแอปใหม่และอัปเดตแอปอีกจำนวนมากในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เพื่อใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นของ Customer Account Extensions
สรุป
เมื่อพฤติกรรมการซื้อของธุรกิจ B2B ย้ายสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น การสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ปรับให้เหมาะกับผู้ซื้อจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการตามให้ทันตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
Customer Account Extensions ช่วยเสริมความสามารถของระบบบัญชีลูกค้า B2B บน Shopify ทำให้ผู้ซื้อสามารถจัดการออเดอร์และข้อมูลบัญชีได้ด้วยตัวเองอย่างสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในภาพรวม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัญชีลูกค้า B2B
Customer Account Extensions คืออะไร
Customer Account Extensions คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานในหน้าบัญชีลูกค้าได้ โดยใช้แอปจากผู้พัฒนาภายนอกหรือแอปที่พัฒนาขึ้นเอง เพื่อเพิ่มฟีเจอร์และความสามารถใหม่ ๆ ทำให้ผู้ซื้อ B2B สามารถจัดการออเดอร์ได้ด้วยตัวเองสะดวกยิ่งขึ้น
ทำไมคนทำธุรกิจ B2B จึงให้ความสำคัญกับระบบ Self-serve
ผู้ซื้อ B2B จำนวนมากต้องการจัดการออเดอร์และบัญชีของตัวเองผ่านระบบออนไลน์ เพราะสะดวกและรวดเร็วกว่า เมื่อเทียบกับวิธีแบบเดิม เช่น การส่งอีเมลหรือโทรศัพท์หาทีมขาย ซึ่งต้องรอการตอบกลับจากพนักงาน
เจ้าของธุรกิจสามารถพัฒนาแอปสำหรับ Customer Account Extensions ได้เองหรือไม่
ได้ ธุรกิจสามารถพัฒนาแอปที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับความต้องการของตนเอง และนำมาใช้งานร่วมกับ Customer Account Extensions ได้
เพิ่มฟีเจอร์อะไรได้บ้างบน Customer Account Extensions
Customer Account Extensions สามารถเชื่อมต่อฟีเจอร์ได้หลายรูปแบบ ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่ ระบบออกใบแจ้งหนี้ เครื่องมือขอใบเสนอราคา และระบบสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก


